สาระน่ารู้ – HOSEMARK | Hose Marketing | Office Warehouse Store Online G-2GCKRJZY3J

หมวดหมู่: สาระน่ารู้

  • ภาพเก่าเล่าเรื่อง: รถไฟฟ้าขุดถ่านหินแห่งเหมืองแม่เมาะ

    ภาพเก่าเล่าเรื่อง: รถไฟฟ้าขุดถ่านหินแห่งเหมืองแม่เมาะ

    ภาพเก่าเล่าเรื่อง: รถไฟฟ้าขุดถ่านหินแห่งเหมืองแม่เมาะ

    ย้อนรอยวันวานสู่ยุคบุกเบิกของเหมืองแม่เมาะ จังหวัดลำปาง กับภาพถ่ายสุดคลาสสิกของ “รถไฟฟ้าขุดถ่านหิน” รุ่นแรกๆ ที่เคยโลดแล่นในพื้นที่ ณ ช่วงเวลาประมาณปี พ.ศ. 2542 ภาพเหล่านี้บันทึกเรื่องราวและความทรงจำอันมีค่าของการทำเหมืองในอดีต ซึ่งหาชมได้ยากยิ่งในปัจจุบัน รถไฟฟ้าขุดถ่านหิน รุ่นบุกเบิก เหมืองแม่เมาะ ในช่วงเวลานั้น บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) และ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ได้เข้ามารับช่วงดำเนินการโครงการเหมืองแม่เมาะ เฟส 3 และ เฟส 5 ตามลำดับ โดยมีการนำเข้ารถขุดขนาดใหญ่ P&H excavator รวมถึงเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาใช้ รถไฟฟ้าขุดถ่านหิน P&H excavator เหมืองแม่เมาะ จุดเด่นที่น่าสนใจของรถขุด P&H คือการใช้พลังงานไฟฟ้า ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยในยุคนั้น ช่วยลดการปล่อยมลพิษและเสียงรบกวน แม้เวลาจะผ่านไปนาน แต่ภาพความทรงจำของรถขุดรุ่นบุกเบิกเหล่านี้ ยังคงปรากฏอยู่ ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่ายเก่าๆ ที่ติดบนฝาผนังร้านอาหารในแม่เมาะ หรือ รถขุดไฟฟ้าที่ปลดระวางแล้ว ถูกนำมาตั้งโชว์ไว้ที่สวนพฤกษชาติเหมืองแม่เมาะ รถขุดไฟฟ้าที่ปลดระวางแล้ว ตั้งโชว์ที่สวนพฤกษชาติเหมืองแม่เมาะ เหมืองแม่เมาะ: เส้นทางแห่งพลังงาน เหมืองแม่เมาะ ถือเป็นแหล่งพลังงานสำคัญของประเทศไทย มีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน ย้อนกลับไปตั้งแต่ปี พ.ศ. 2497 เมื่อรัฐบาลได้จัดตั้งองค์การพลังงานไฟฟ้าลิกไนต์ขึ้น และเริ่มดำเนินการทำเหมือง ต่อมาในปี พ.ศ. 2515 รัฐบาลได้อนุมัติโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ซึ่งปัจจุบันมีโรงไฟฟ้าจำนวน 13 โรง ผลิตกระแสไฟฟ้าหล่อเลี้ยงภาคเหนือและประเทศไทย แหล่งเรียนรู้:
    • พิพิธภัณฑ์ศูนย์ถ่านหินลิกไนต์ศึกษา – เหมืองแม่เมาะ: ศึกษาประวัติความเป็นมาของเหมืองแม่เมาะ และวิวัฒนาการของเทคโนโลยีการทำเหมือง
    คำค้นหา: เหมืองแม่เมาะ, รถขุด P&H, รถไฟฟ้าขุดถ่านหิน, ประวัติศาสตร์เหมืองแม่เมาะ, พิพิธภัณฑ์ศูนย์ถ่านหินลิกไนต์ศึกษา, ลำปาง, บ้านปู, อิตาเลียนไทย หมายเหตุ: ขอขอบคุณภาพถ่ายจากหมวดผลิตสื่อโสตทัศน์ แผนกประชาสัมพันธ์ เหมืองแม่เมาะ
  • มาตราการป้องกัน โรคโควิด-19 ในที่ทำงานบริษัทฯ

    ปกป้องตนเองและคนรอบตัวโดยการหาข้อมูลและปฏิบัติตามข้อควรระวังที่เหมาะสม รวมถึงปฏิบัติตามคำแนะนำจากหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่


    วิธีป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19

    ล้างมือบ่อยๆ โดยใช้สบู่และน้ำ หรือเจลล้างมือที่มีส่วนผสมหลักเป็นแอลกอฮอล์

    รักษาระยะห่างที่ปลอดภัยจากผู้ที่ไอหรือจาม

    สวมหน้ากากอนามัยเมื่อเว้นระยะห่างไม่ได้

    ไม่สัมผัสตา จมูก หรือปากปิดจมูกและปากด้วยข้อพับด้านในข้อศอกหรือกระดาษชำระ

    เมื่อไอหรือจามเก็บตัวอยู่บ้านเมื่อรู้สึกไม่สบายหากมีไข้ ไอ และหายใจลำบาก

    โปรดไปพบแพทย์โปรดติดต่อล่วงหน้าเพื่อที่ผู้ให้บริการด้านสุขภาพจะแนะนำให้คุณไปยังสถานพยาบาลที่ถูกต้องได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะช่วยปกป้องคุณ รวมถึงป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสและการติดเชื้ออื่นๆ

    หน้ากากอนามัย

    หน้ากากอนามัยช่วยป้องกันไม่ให้ผู้ที่สวมแพร่กระจายไวรัสไปยังผู้อื่น อย่างไรก็ตาม หน้ากากอนามัยเพียงอย่างเดียวป้องกันเชื้อโควิด-19 ไม่ได้ จึงควรรักษาระยะห่างและหมั่นทำความสะอาดของมือร่วมด้วย รวมถึงปฏิบัติตามคำแนะนำจากหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่

  • มาตราการป้องกัน โรคโควิด-19 ในที่ทำงานบริษัทฯ

    ปกป้องตนเองและคนรอบตัวโดยการหาข้อมูลและปฏิบัติตามข้อควรระวังที่เหมาะสม รวมถึงปฏิบัติตามคำแนะนำจากหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่


    วิธีป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19

    ล้างมือบ่อยๆ โดยใช้สบู่และน้ำ หรือเจลล้างมือที่มีส่วนผสมหลักเป็นแอลกอฮอล์

    รักษาระยะห่างที่ปลอดภัยจากผู้ที่ไอหรือจาม

    สวมหน้ากากอนามัยเมื่อเว้นระยะห่างไม่ได้

    ไม่สัมผัสตา จมูก หรือปากปิดจมูกและปากด้วยข้อพับด้านในข้อศอกหรือกระดาษชำระ

    เมื่อไอหรือจามเก็บตัวอยู่บ้านเมื่อรู้สึกไม่สบายหากมีไข้ ไอ และหายใจลำบาก

    โปรดไปพบแพทย์โปรดติดต่อล่วงหน้าเพื่อที่ผู้ให้บริการด้านสุขภาพจะแนะนำให้คุณไปยังสถานพยาบาลที่ถูกต้องได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะช่วยปกป้องคุณ รวมถึงป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสและการติดเชื้ออื่นๆ

    หน้ากากอนามัย

    หน้ากากอนามัยช่วยป้องกันไม่ให้ผู้ที่สวมแพร่กระจายไวรัสไปยังผู้อื่น อย่างไรก็ตาม หน้ากากอนามัยเพียงอย่างเดียวป้องกันเชื้อโควิด-19 ไม่ได้ จึงควรรักษาระยะห่างและหมั่นทำความสะอาดของมือร่วมด้วย รวมถึงปฏิบัติตามคำแนะนำจากหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่

  • ศาสตร์แห่งความร่ำรวย ด้วย พลังอำนาจของความคิด ( The Science Of Getting Rich by WillPower )

    อำนาจของความคิด

    ความคิดนั้นมีอำนาจมหาศาล
    เราคิดลบ เราคิดในแง่ร้าย เราย่อมเห็นโลกมืดมัว เมื่อเราเห็นโลกมืดมัว เราย่อมอยู่อย่างหวาดระแวง เมื่อเราใช้ชีวิตหวาดระแวง ไม่ไว้ใจตน ไม่ไว้วางใจผู้อื่น เราย่อมหาคนที่ไว้วางใจได้ยาก เราอาจอยู่อย่างเงียบเหงา เราอาจพบแต่เรื่องร้ายเกี่ยวกับความไว้เนื้อเชื่อใจ
    เราคิดอย่างไรก็ได้อย่างนั้น
    แต่ไม่ได้หมายถึงว่าเราคิดว่าเรารวย และเราจะรวยทันที การคิดว่ารวยนั้นแน่นอนว่า นำมาสู่การกระทำ และการวางเป้าหมาย ซึ่งจะทำให้เรารวยได้ในที่สุด แต่กลับกันหากเราไม่ทันสังเกตตนเองว่า มีความคิดอื่นที่ซ่อนอยู่ แม้ปากหรือใจจิตสำนึกบอกว่า “ฉันคิดว่าฉันรวย ทำไมไม่เห็นรวย” เราอาจ
    ซ่อนความรู้สึกจนยากไว้ ความรู้สึกว่าฉันขาดแคลน ความคิดที่ยังบอกว่าตัวเองจนอยู่ ความคิดที่ซ่อนอยู่นี้แหละที่กำหนดการกระทำของเรา และทำให้เรายังจนอยู่ร่ำไป
    หากเราสะกดจิตหรือโปรแกรมใจเราให้คิดว่า เรารวยโดยรู้เท่าทันความคิดที่ฉุดรั้งเราแล้ว เราจะพบว่าตัวเองร่ำรวยหรืออุดมสมบูรณ์อย่างไร และจะใช้ชีวิตอย่างไรให้มีทรัพย์สินเพียงพอ ขณะที่คนแบบแรก อาจจะใช้เงินฟุ่มเฟือยและกลับมาเผชิญความจริงที่ว่าเรายังคิดว่าตัวเองจนและขาดแคลนอยู่
    เพราะนั้นยังคิดยากจน ใจนั้นยังมองตัวเองไม่มีพอ ไม่ดีพอ

    เห็นขุมทรัพย์ในตนเอง

    ผู้ร่ำรวยไม่ใช่ผู้กอบโกย หรือคนที่ไขว่คว้าสิ่งภายนอกอย่างไร้สิ้นสุด โดยไม่รู้จักเต็ม ผู้ร่ำรวยคือคนที่เห็นความอุดมสมบูรณ์ หรือความรุ่มรวยในตัวเอง หรือในชีวิตของตน
    ตราบที่ผู้ลงทุนชีวิตจะต้องรู้จักทุนที่มีอยู่ ฉันใด ผู้จะประสบความสำเร็จในการใดใดย่อมต้องเห็นขุมทรัพย์ที่ตนเองมี ฉันนั้น
    เราจะเดินตามเขา เดินตามเสียงหรือความคิดความเชื่อจากคนอื่น ยอมใจให้ถูกสะกดจิต ถูกชักนำเช่นสัตว์เชื่อง เมื่อเรารู้สึกยากจน รู้สึกขาดแคลน บกพร่อง และไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง
    เราถูกสะกดจิตจากสิ่งเร้ารอบข้างที่จงใจชักนำเราได้ง่ายดาย เพราะขาดการตั้งคำถาม และขาดการเห็นขุมทรัพย์ที่ตัวเองมี
    เช่นนี้แล้วเราต้องย้อนกลับมา ด้วยความเชื่อมั่นหรืออย่างน้อยสงสัยใคร่รู้ เราและชีวิตเรามีขุมทรัพย์หรือความรุ่มรวยอะไรอยู่บ้าง
    ความร่ำรวย เรามักนิยามกันที่เงินทองหรือทรัพย์สิน ซึ่งเป็นเพียงความรวยด้านหนึ่ง หากเรามีเงินทองมาก แต่ขาดสิ่งที่สำคัญสำหรับชีวิตด้านอื่นๆ แล้ว เราก็คือผู้ยากจนอยู่นั่นเอง
    สิ่งใดที่มีคุณค่าที่เราควรรักษาและเพิ่มพูนไว้ทั้งในตัวเรา และ ในชีวิตเรา นี่คือคำถามแรกที่สำคัญ ซึ่งเราอาจตอบได้มากมายมหาศาล
    เช่นนี้แล้วคือความรุ่มรวยหรือความอุดมสมบูรณ์ที่เราอาจไม่แลเห็น
    นี่คือทุนรอนของชีวิตเรา เราจะเพิ่มพูนหรือพัฒนาสิ่งที่มีอยู่แล้ว และเติมด้านอื่นที่ขาดไปได้อย่างไร นี่คือคำถามที่สอง
    เราอาจมีเพื่อนดีอยู่มาก มีความสามารถ มีคนเกื้อหนุนมีวาจาไพเราะเอาใจเก่ง มีไหวพริบเอาตัวรอดได้ พอมีทรัพย์ที่หล่อเลี้ยงตนและครอบครัวพอดี มีใจที่ฝันใฝ่ แต่หากไร้สุขภาพที่แข็งแรง ทุนรอนชีวิตด้านอื่นๆ ก็พลอยถูกบั่นทอน
    สุขภาพดีคือความร่ำรวยที่สำคัญ ซึ่งเราได้มาง่าย และ เสียไปง่าย แต่นำกลับมายากลำบาก
    เราไม่ควรลืมว่าสิ่งล้ำค่าในชีวิตเราจริงๆ มีอะไรอยู่บ้าง สิ่งที่เราไขว่คว้า และบ้างตามเขา คือสิ่งล้ำค่าสำคัญจริงๆ หรือไม่

    ก้าวเดินด้วยการลงมือทำ

    นักสะกดจิตผู้ยิ่งใหญ่ ไม่เพียงคิด สะกดจิตตัวเอง และ ใช้ความรู้สึกอันทรงพลังในจิตใจตนเท่านั้น การสั่งจิตเพื่อพัฒนาชีวิตต้องควบคู่กับการลงมือทำเพื่อไปสู่เป้าหมาย
    ครูอาจารย์ด้านนี้จึงไม่เพียงสอนผู้อื่น แต่จะลงมือทำอยู่เป็นนิจ ครูโยคะก็ไม่อาจสอนโยคะได้ หากเขาไม่เคยทำโยคะและไม่ฝึกปรืออยู่สม่ำเสมอ
    เทคนิคการสั่งจิตตนเอง และการสั่งจิตคนอื่นให้เห็นผล ต้องเน้นย้ำที่การกระทำ มิใช่เพียงผลลัพธ์เท่านั้น
    ถ้าเราต้องการสั่งจิตให้คนอื่นรู้สึกวางใจและเปิดรับความรักใหม่ เราไม่เพียงสั่งจิตเขาว่า “คุณเปิดรับความรักใหม่ วางใจให้ความรักนำทาง” แต่เรายังต้องสั่งจิตให้เขาระลึกถึง ช่วงเวลาก่อนความรักเก่าจะผลิบาน ให้เขาเห็นถึงการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ ในธรรมชาติ เห็นตนเองวางใจต่อตนและต่อชีวิต
    ใช้ชีวิตและเข้าหาผู้อื่นอย่างเปิดรับ และเห็นตนเองมีความสุข ความสมหวังกับคนรักใหม่ เห็นอย่างเป็นรูปธรรม
    หากเราต้องการร่ำรวยและประสบความสำเร็จ เราไม่เพียงสั่งจิตตนเองทุกเช้าว่า “ชีวิตของฉันจะร่ำรวยและประสบความสำเร็จ” เรายังต้องกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจนด้วยว่า ร่ำรวยอย่างไร ประสบความสำเร็จด้านใดบ้างและอย่างไร ทำอย่างไร สั่งจิตให้เป็นรูปธรรม และให้ตนนึกถึงวิธีการและการกระทำที่จะพาเราไปสู่เป้าหมาย

    แบบฝึกหัดพลังคิด

    เราลองตั้งกิจกรรมหนึ่งเพื่อสะกดจิตหรือบ่มเพาะความคิดความเชื่อที่จะเป็นแรงผลักดันชีวิตของเรา
    ทางเลือกหนึ่ง เราอาจตั้งกิจกรรมพิเศษ กิจกรรมง่ายๆ ไม่ซับซ้อน แต่ท้าทายตัวเราระดับหนึ่ง ตัวอย่างเช่น การออกกำลังกาย การคุยกับเจ้านายให้มากขึ้น การทำจิตอาสาวันละหนึ่งครั้ง เป็นต้น ในช่วงก่อนลงมือทำ หรือระหว่าง หรือหลังจากลงมือทำ คิดลงในใจเพื่อสะกดจิตตนเองบ่มเพาะความคิด
    ความเชื่อที่เราต้องการ
    ทางเลือกที่สอง เราไม่จำเป็นต้องตั้งกิจกรรมใหม่ แต่ใช้กิจกรรมที่เราต้องทำอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว เช่น การอาบน้ำ การแปรงฟัน การสวดมนต์ก่อนนอน การเปิดดนตรีบรรเลง การกินข้าวเช้า เป็นต้น
    การสะกดจิตตนเอง ก่อน – ระหว่าง – หลัง ควรเป็นคำสั่งจิตที่สอดคล้องกับกิจกรรมนั้นๆ เช่น การออกมาทำจิตอาสาเราอาจสั่งจิตตนเองว่า “ฉันมีคุณค่า ฉันเป็นที่ยอมรับและ ชื่นชม” หรือ “ฉันร่ำรวยน้ำใจ และมีสิ่งล้ำค่ามากพอในชีวิต”
    เราเลือกเองว่าเราจะใช้ชีวิตวัยชราของเราอย่างไร หากชีวิตเราคือหนังสือเล่มหนึ่ง เราจะใช้ชีวิตแบบหนังสือที่เขียนดีอ่านสนุก แล้วน่าเหนื่อยหน่ายช่วงท้าย หรือสิ้นคิดตอนจบหรือไม่ หรือเราจะเลือกใช้วัยชราเราเยี่ยงหนังสือที่จะจบเล่มลงอย่างสมบูรณ์แบบ แฝงคุณค่าข้อคิด หรือสวยงาม
    มิจำเป็นต้องเป็นคนมีอายุมาก คนที่สั่งสมความคิดลบ อารมณ์ร้าย ความลังเล ความสับสน ความกังวล ความทุกข์ใจ ความโกรธ ความชัง ความน้อยเนื้อต่ำใจ ความอิจฉา และ ความคิดความรู้สึกลบอื่นใด ไว้ในจิตใจ ร่างกายก็พลอยหม่นมัว ไร้ราศีงาม แลเป็นคนชราและป่วยไข้ ทั้งที่เลขอายุยังน้อย
    ขณะคนที่แก่วัยแต่ใจยังสดสวย ผิวพรรณหย่อนคล้อยไปบ้าง แต่ยังงามให้เห็น รื่นเริงใจ ใช้ชีวิตมีคุณค่า ไม่บ่นท้อต่อสังขาร คนเหล่านี้ล้วนมีใจที่งาม เห็นคุณค่าในตน ไม่เก็บความคิดลบอารมณ์ร้ายใดใดไว้ในใจ เมล็ดพันธุ์สดสวยในจิตไร้สำนึกผลิเผยออกมาท้ากาลเวลา
    ประการที่สอง นอกจากระวังไม่ให้ความคิดความเชื่อ ทำร้ายตัวเราและบั่นทอนสุขภาพจิตสุขภาพกายเราแล้ว เรายังต้องคิดสั่งจิตตนให้เห็นคุณของการดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง

              แม้มั่งมีเงินทอง ก็ยังจนยากแค้น หากไร้ซึ่งสุขภาพที่ร่ำรวย


     
     
     

     
     
     
     

  • Future Thai Farmer Projects โครงการเกษตร ชีวะภาพแนวใหม่ เพื่ออนาคตเกษตรกรไทย

    OUR REF. : ThepThara 1911-09 Thai Farmer Projects
    Cc : To whom may be concerned

    โครงการเกษตร ชีวะภาพ สำหรับ บริการ ลูกค้า ที่เป็น เกษตรกรไทยฯ

    ตามที่บริษัทฯได้เข้าไปบริการท่านลูกค้าต่างๆ ท่านเคยพูดคุย และ ปรึกษา กับผม ว่า สถานะ การณ์ทางด้านราคาน้ำมันและวัตถุดิบโลกในปัจจุบัน มีความผันผวนมาก ซึ่งก่อผลกระทบต่อธุรกิจอุตสาหกรรมการผลิตรถเกี่ยวของท่านโดยรวม ปัจจุบันธุรกิจหลายประเภท รวมทั้งของบริษัทฯเองเริ่มได้รับผลกระทบจากสภาวะขาดแคลนวัตถุดิบแทบทั้งสิ้น
    ผมมีความเห็นว่าท่านมีโอกาสดีเป็นอย่างมากที่ ประชากรของไทยเรา เป็นเกษตรกรเป็นส่วนใหญ่ จึงใคร่ขอแนะนำท่านเกี่ยวกับระบบการทำเกษตรชีวะภาพ ที่ไม่ต้องพึ่งพาวัตถุดิบจากต่างประเทศมากนัก ทางบริษัทฯมี Technology Know-how ระบบทำการเกษตรธรรมชาติ หรือ เกษตรชีวะภาพ ที่เกษตรกรที่เป็นลูกค้าของไทยฯ สามารถนำไปประยุกค์ใช้งานได้ดีกับการทำงานของตัวเอง หรือ เอาไปต่อยอดให้ออกดอกออกผล ได้ ทั้งยังเป็นการเพิ่มมูลค่าการผลิตจากของที่เหลือใช้จากผลผลิตของตนเอง

    ตัวอย่างงานโครงการทำธุรกิจการเกษตร และ อาหาร ที่น่าสนใจสำหรับท่าน เช่น :-

    TSY Innoculum project-01

    1. การเพาะเลี้ยง หรือ ต่อ หัวเชื้อจุลินทรีย์บริสุทธิ์ (Pure Innoculum หรือ Starter) จำพวก Effective Micro-organism หรือ M.(ปัจจุบันมี E.M.อยู่มากมายหลายประเภทให้เลือกใช้) สำหรับทางการเกษตรธรรมชาติ และ เกษตรชีวภาพ เช่น
    • การทำปุ๋ยน้ำ สำหรับเร่งปุ๋ยหมัก – ปุ๋ยคอก : วัตถุดิบ คือ หัวเชื้อ + กากน้ำตาล (โมล๊าส)      เป็นต้น

    2. การเพาะเลี้ยง หรือ ต่อ หัวเชื้อจุลินทรีย์บริสุทธิ์ (Pure Innoculum หรือ Starter) สำหรับทำอุตสาหกรรมอาหาร เช่น

    • หัวเชื้อที่ใช้ทำ Nata De Coco ( วุ้นน้ำมะพร้าว) วัตถุดิบ คือ หัวเชื้อ + น้ำมะพร้าว
    • หัวเชื้อที่ใช้ทำ Yogurt ( โยเกริต) วัตถุดิบ คือ หัวเชื้อ + หางนม (Skim Milk) หรือ นมถั่วเหลือง (Soya Milk)
    • หัวเชื้อที่ใช้ทำ Sauce ( ซ็อส หรือ ซีอิ้ว ) วัตถุดิบ คือ หัวเชื้อ + ถั่วเหลือง (Soya Bean) เป็นต้น
    1. การทำน้ำยาไล่ศัตรูพืช หรือ ยาฆ่าศัตรูพืช จากสารธรรมชาติ เช่น
    • สารสกัดจากเปลือกกุ้ง ได้เป็น Chitoshan ( ไคโตซาน ) นำไปทำน้ำยาไล่แมลง หรือ ศัตรูพืช
    • สารสกัดจากเปลือกปู ได้เป็นChitoshinin(ไคโตซินิน ) นำไปทำน้ำยาไล่แมลง หรือ ศัตรูพืช เป็นต้น

    4.  การทำโปรตีนเกษตร เช่น

    • เนื้อหมูเทียม สำหรับ อาหารเจ หรือ มังสวิรัต
    • ของขบเคี้ยว ประเภท Snack สำหรับเด็ก หรือ ทานเป็นอาหารว่าง เป็นต้น

    5.  การผลิตแอลกอฮอล์ทางอุตสาหกรรม โดยเทคนิคการหมักแบบ Fed-batch สำหรับนำไปป้อนการใช้งานทางด้านอุตสาหกรรม เช่น

    a. การน้ำมันทดแทนน้ำมันเบนซิน (แก็สโซฮอล์)
    b. เครื่องดื่ม ที่มีแอลกอฮอล์ เป็นต้น

    1. การผลิตเต้าหู้อุตสาหกรรม แบบญี่ปุ่น ( TOFU หรือ Soya-bean Curd) , เต้าหู้กล่อง สำหรับทำอุตสาหกรรมอาหารประจำวัน ส่งตลาด หรือ ซุปเปอร์มาร์เก็ต เช่น

    a. เต้าฮ่วย วัตถุดิบ คือ นมถั่วเหลือง (Soya Milk) + ดีเกลือ(Magnesium Sulfate)
    b. เต้าหู้ก้อน วัตถุดิบ คือ นมถั่วเหลือง (Soya Milk) + หินอ่อน เจี๊ยะกอ (Calsium Sulfate)
    c. เต้าหู้ญี่ปุ่น วัตถุดิบ คือ นมถั่วเหลือง (Soya Milk) + GDL (Glucono Delta Lactone) เป็นต้น

    1. การแปรรูป วุ้นน้ำมะพร้าว(Nata De Coco) เพื่อการทำแยม โยเกริต์ และ การส่งออก เช่น

    a. แยมวุ้นน้ำมะพร้าว(Nata De Coco Jam) นำไปส่งเข้าโรงงาน Ducth Mill, Foremost, Nestles หรือBetagent ฯลฯ
    b. ทำ Nata De Coco in 20% Brix syryp อัดกระป๋องส่งออก ไปญี่ปุ่น (ทุกๆปีจะมีคนญี่ปุ่นเข้ามากว้านซื้อ เพราะถือว่าเป็นอาหารสุขภาพ พัฒนามาจาก”เห็ดรัสเซีย” เป็นต้น

    สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ทางบริษัทฯ ยินดีให้คำปรึกษา และ บริการ

    (1) ตัวอย่างการสัมมนา เรื่องการผลิตแอลกอฮอล์ทางอุตสาหกรรม ( ได้จากการหมักวัตถุดิบการเกษตรที่เหลือใช้ เช่น ข้าว และ น้ำตาล เป็นต้น )

    Thai Farmer Project _01

    (2) ตัวอย่างการผลิต เต้าหู้กล่อง (เต้าหู้ญี่ปุ่น) โดยการใช้เครื่องผลิตอัตโนมัติ รุ่น NKS-TM 101 ที่เคยมาสาธิตให้ ม.เกษตร เครื่องต้นแบบ รุ่นนี้สามารถสั่งทำได้จากประเทศ ญี่ปุ่น หรือ ก็อปปี้ลอกแบบมาเลยก็ได้

    Thai Farmer Project _02

    (3.1) ตัวอย่างการผลิต Nata De Coco Jells เพื่อการป้อนโรงงานอุตสาหกรรมอาหาร หรือ เพื่อการส่งออก

    Thai Farmer Project _03

    (3.2) การแปรรูป Nata De Coco in 20 % , 40 % Brix Syrup และ Nata De Coco Jams ชนิดต่างๆ

    Thai Farmer Project _04

    (4) ตัวอย่างการบรรจุปุ๋ยน้ำ

    Thai Farmer Project _05

    (5) ตัวอย่างการทำปุ๋ยเม็ด

    Thai Farmer Project _06

    (6) ตัวอย่างการผลิต เครื่องจักรกลการเกษตร ( Agricultural Machines )

    Thai-Farmer-Project-_07-70398422-1569512361700.jpg

    (7)  การหีบน้ำมันไบโอดีเซล Biodiesel Press Project

    Thai Seng Biodiesel Press-01
    สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ทางบริษัทฯ ยินดีให้คำปรึกษา และ บริการ



     
     
     



  • Rich Dad Poor Dad พ่อรวย vs. พ่อแย่ ( คนรวยสอนเด็ก ๆ เกี่ยวกับการเงิน ที่คนจนและชนชั้นกลางทำไม่ได้ ! )

    RICH DAD Poor Dad โดย: Robert Kiyosaki Sharon Lecher CPA นำเสนอโดย: Pradeep Prabhuchanderkar EMBA05 – ฉบับที่ 16

    Rich-Dad-Poor-Dad 1

    คนรวยสอนเด็ก ๆ เกี่ยวกับเงินที่คนจนและชนชั้นกลางทำไม่ได้!

    Rich-Dad-Poor-Dad 2

    “ คนจนและชนชั้นกลางทำงานเพื่อเงิน “ คนรวยมีทำงานให้พวกเขา ” อุดมไปด้วยไม่ไม่ทำงานเพื่อเงิน

    Rich-Dad-Poor-Dad 3

    พ่อรวย Vs พ่อแย่

    • รักเงินเป็นรากของความชั่วร้ายทั้งหม
    • ฉันไม่สามารถจ่ายได้
    • เรียนอย่างหนักเพื่อที่คุณจะสามารถหา บริษัท ที่ดีในการทำงาน
    • เงินเล่นปลอดภัยไม่เสี่ยง
    • การขาดเงินคือรากของความชั่วร้ายทั้งหม
    • ฉันจะจ่ายได้อย่างไร
    • ศึกษาอย่างหนักเพื่อให้คุณสามารถหา บริษัท ที่ดีที่จะซื้อ
    • เงิน – ไม่เล่นอย่างปลอดภัยเล่นอย่างฉลาด
    • เรียนรู้การจัดการความเสี่ยง

    Rich-Dad-Poor-Dad 4

    พ่อรวย Vs พ่อแย่

    • ขึ้นอยู่กับ บริษัท / รัฐบาลในการขึ้นค่าแรงค่าประกันสุขภาพแผนเกษียณอายุเป็นต้น
    • ฉันไม่ได้สนใจเรื่องเงิน
    • บ้านของเราคือการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดและสินทรัพย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ
    • เชื่อมั่นในการพึ่งพาตนเองทางการเงินโดยรวม
    • เงินคือพลัง
    • บ้านของฉันเป็นหนี้สินและถ้าบ้านของคุณคือการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดของคุณคุณกำลังมีปัญหา

    Rich-Dad-Poor-Dad 5

    มีความต้องการ

    • เรียนอย่างหนักรับเกรดดีและคุณจะได้งานที่ได้รับค่าตอบแทนสูงพร้อมผลประโยชน์ที่ยอดเยี่ยม (งานที่ปลอดภัยและมั่นคง )
    • การแข่งขันหนู
    • เรียนอย่างหนัก, สำเร็จการศึกษา, โพสต์สำเร็จการศึกษา, งาน, การแต่งงาน, เด็ก ๆ , โปรโมชั่น / Jobchange, บ้าน, รถยนต์,
    • Good School, การทำงานล่วงเวลา / งานนอกเวลา, Vacations …………
    • ติดตามอย่างรวดเร็ว
    • Bill Gates, Michale Jordon, Madonna … ..

    Rich-Dad-Poor-Dad 6

    มีความต้องการ

    • เรียนอย่างหนักรับเกรดดีและคุณจะได้งานที่ได้รับค่าตอบแทนสูงพร้อมผลประโยชน์ที่ยอดเยี่ยม (งานที่ปลอดภัยและมั่นคง )
    • คำแนะนำที่ไม่ดี
    • โลกมีการเปลี่ยนแปลงและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและในปัจจุบันระบบการศึกษาล้มเหลวในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลง
    • การศึกษาเป็นรากฐานของความสำเร็จดังนั้นทักษะด้านการเงินและทักษะการสื่อสาร

    Rich-Dad-Poor-Dad 7

    มีความต้องการ

    • ความฉลาดทางการเงินเป็นกระบวนการทางจิตที่เราแก้ไขปัญหาทางการเงินของเรา
    • แต่มีกฎที่แตกต่างกันซึ่งการเล่นที่สมบูรณ์เมื่อเทียบกับคนจนและชนชั้นกลาง
    • ตัวอย่าง: Down Sizing / Right Sizing ของ บริษัท

    Rich-Dad-Poor-Dad 8

    ทำไมต้องสอนความรู้ทางการเงิน?

    • การเกษียณอายุ : เราสามารถทำงานได้หรือไม่ทำงานและความมั่งคั่งของเราจะเติบโตโดยอัตโนมัติโดยอยู่ข้างหน้าอัตราเงินเฟ้อ
    • ในชีวิตมันไม่สำคัญเท่าไหร่ที่คุณทำเงินมันเป็นเงินเท่าไหร่ที่คุณเก็บไว้
    • สินทรัพย์: วางเงินในกระเป๋าของคุณ
    • ความรับผิด: มันเป็นสิ่งที่เอาเงินออกจากกระเป๋า
    • ความมั่งคั่ง:ความสามารถในการอยู่รอดของคนหลายวันข้างหน้า

    Rich-Dad-Poor-Dad 9

    งบการเงินแย่ / กลาง

    • เงินได้
    • จ่ายเช็ค
    • รายจ่าย
    • ภาษี
    • จำนอง
    • ค่าใช้จ่ายคงที่
    • สินทรัพย์
    • หนี้สิน
    • บ้าน,
    • สินเชื่อผู้บริโภค
    • บัตรเครดิต

    Rich-Dad-Poor-Dad 10

    งบการเงินระดับรวย

    • เงินได้
    • การจ่ายเงินปันผล
    • ดอกเบี้ย,
    • รายได้จากค่าเช่า
    • รายจ่าย
    • สินทรัพย์
    • หุ้น
    • พันธบัตร
    • อสังหาริมทรัพย์, IPR
    • หนี้สิน

    Rich-Dad-Poor-Dad 11

    ทำไมต้องสอนการรู้หนังสือทางการเงิน? 8899777

    • วิธีรับ Richer คือการเพิ่มกระแสเงินสดจากสินทรัพย์ให้ค่าใช้จ่ายน้อยกว่ากระแสเงินสดที่เกิดจากสินทรัพย์เหล่านี้
    • กระบวนการ Reinvestment ยังคงมีรายได้จากแหล่งอื่น ๆ นอกเหนือจากแรงงานทางกายภาพอย่างต่อเนื่อง

    Rich-Dad-Poor-Dad 12

    คำนึงถึงธุรกิจของคุณเอง

    • อาชีพและธุรกิจ: McDonald Story
    • การต่อสู้ทางการเงินมักเป็นผลโดยตรงจากการที่คนทำงานมาตลอดชีวิตเพื่อคนอื่น
    • เจ้าของหรือผู้ถือหุ้นของ บริษัท
    • รัฐบาล (ภาษี)
    • ธนาคาร (ชำระคืนเงินกู้)
    • ธุรกิจหมุนรอบคอลัมน์สินทรัพย์

    Rich-Dad-Poor-Dad 13

    ประวัติความเป็นมาของภาษี & อำนาจของ บริษัท

    • Robin Hood: รวบรวมจาก Rich & แจกจ่ายให้คนจน
    • IQ ทางการเงิน
    • มันถูกสร้างขึ้นจากความรู้จากสี่กว้างพื้นที่ของความเชี่ยวชาญ
    • การบัญชี : ความรู้ทางการเงินคือความสามารถในการอ่านและทำความเข้าใจงบการเงิน
    • การลงทุน: ศาสตร์แห่งการทำเงิน
    • ตลาดการทำความเข้าใจ: แง่มุมทางเทคนิคของวิทยาศาสตร์ของอุปสงค์และอุปทาน
    • กฎหมาย: เพื่อให้ได้ประโยชน์จากบทบัญญัติต่าง ๆ ในกฎหมายเพื่อการเติบโตขององค์กร

    Rich-Dad-Poor-Dad 14

    เงินที่อุดมไปด้วยประดิษฐ์

    • ตัวอย่าง: Graham Bell การจัดรูปแบบของ AT & T.
    • ทุกคนเป็นอัจฉริยะ แต่ความหวาดกลัวและความสงสัยในตัวเองที่มากเกินไปเป็นผู้ทำลายล้างอัจฉริยะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
    • ทำไมต้องพัฒนา IQ ทางการเงิน?
    • ในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงทุกวันนี้ไม่สามารถนำความปลอดภัยของงานไปใช้ได้
    • ดังนั้นเราต้องมีตัวเลือกเพิ่มเติม
    • เงินไม่ใช่ของจริง
    • ในยุคข้อมูลข่าวสารวันนี้เพียงแค่ความคิดและข้อตกลงต่าง ๆ ได้รับการแลกเปลี่ยนเป็นเงิน

    Rich-Dad-Poor-Dad 15

    เงินที่อุดมไปด้วยประดิษฐ

    • ความฉลาดทางการเงิน
    • ในการพัฒนาความฉลาดทางการเงินที่ร่วงหล่น 3 ทักษะจำเป็นต้องได้รับการพัฒนา
    • ทักษะในการใช้ความคิดของคุณสิ่งที่คนอื่นคิดถึงด้วยตาของพวกเขา
    • ทักษะในการหาเงิน: การลงทุนไม่ใช่การซื้อ มันเป็นกรณีของการรู้
    • ทักษะในการเลือกที่ปรึกษาของคุณ

    Rich-Dad-Poor-Dad 16

    ทำงานเพื่อเรียนรู้ – ไม่ทำงานเพื่อเงิน

    • ความเชี่ยวชาญทำให้ตัวเลือกของคุณแคบลงและทำให้รายได้ของคุณแคบลง
    • ความสามารถ
    • ทักษะการจัดการที่จำเป็นสำหรับความสำเร็จคือ
    • การบริหารกระแสเงินสด
    • การจัดการระบบ (รวมถึงตัวคุณเองและเวลากับครอบครัว)
    • การจัดการคน
    • ทักษะการขายและการตลาด
    • ทักษะการสื่อสารและที่สำคัญที่สุดคือ
    • เราต้องเป็นครูที่ดี
    • เพื่อความร่ำรวยอย่างแท้จริงเราต้องสามารถให้และรับได้

    Rich-Dad-Poor-Dad 17

    การเอาชนะอุปสรรค

    • ห้าเหตุผลหลักที่ผู้คนที่มีความรู้ทางการเงินพยายามดิ้นรนเพื่อที่จะเป็นอิสระทางการเงินคือ
    • กลัวการสูญเสียเงิน:
    • ความเห็นถากถางดูถูก
    • ความเกียจคร้าน
    • นิสัยที่ไม่ดี
    • ความหยิ่ง

    Rich-Dad-Poor-Dad 18

    การเอาชนะอุปสรรค

    • เพื่อเอาชนะ
    • กลัวการสูญเสียเงิน:
      • A) เริ่มก่อน
      • B) วางแผนเกษียณอายุของคุณ (จ้างผู้วางแผนทางการเงิน)
      • C) ให้ความสำคัญ
    • การชนะหมายถึงการไม่กลัวที่จะสูญเสีย
    • 2) ความเห็นถากถางดูถูก: ข้อสงสัยที่ไม่ได้ตรวจสอบและความกลัวสร้างความเห็นถากถางดูถูก
    • Cynic Criticizes, ผู้ชนะการวิเคราะห์
    • 3) ความเกียจคร้าน; การรักษาความเกียจคร้านคือทำให้เกิดความโลภเล็กน้อย
    • ความโลภเล็กน้อยที่จะมีชีวิตที่ดีขึ้น

    Rich-Dad-Poor-Dad 19

    การเอาชนะอุปสรรค

    • เพื่อเอาชนะ
    • 4) นิสัยที่ไม่ดี: การพัฒนานิสัยเงินที่ดีเป็นสิ่งสำคัญมาก
    • ตัวอย่าง: การจ่ายบิลในวันสุดท้ายของระยะเวลาที่กำหนดคือ
    • นิสัยที่ดี
    • การจ่ายเงินให้คุณก่อนเป็นนิสัยที่ดี
    • 5) ความเย่อหยิ่ง: ความเย่อหยิ่งถูกกำหนดให้เป็น EGO + Ignorance
    • ความเย่อหยิ่งมักจะทำให้คุณเสียเงิน
    • เริ่มการศึกษาด้วยตนเองโดยการค้นหาผู้เชี่ยวชาญหรือหนังสือในเรื่องที่คุณรู้ว่าคุณไม่รู้

    Rich-Dad-Poor-Dad 20

    เริ่มต้นใช้งาน

    • 1) คุณต้องการเหตุผลที่มากกว่าความเป็นจริง
      • a) ฉันไม่ต้องการทำงานทั้งชีวิตของฉัน
      • b) ฉันไม่ต้องการเป็นพนักงาน
      • C) ฉันต้องการควบคุมเวลาและชีวิตของฉัน
      • d) ฉันต้องการเงินเพื่อทำงานให้ฉัน
    • 2) ฉันเลือกทุกวัน
    • ฉันเลือกที่จะรวยและฉันเลือกทุกวัน
    • ฉันเลือกที่จะลงทุนด้านการศึกษาและยินดีรับแนวคิดใหม่ ๆ
    • 3) เลือกเพื่อนอย่างระมัดระวัง
    • เลือก Rich Friends & Poor Friends อย่างระมัดระวัง
    • รวยเพื่อน ๆ เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับการซื้อขายภายในและจากเพื่อนที่น่าสงสาร
    • คุณสามารถเรียนรู้สิ่งที่ไม่ควรทำ

    Rich-Dad-Poor-Dad 21

    เริ่มต้นใช้งาน

    • 4) ฝึกฝนสูตรและใหม่
    • ในการเปลี่ยนแปลงการเรียนรู้โลกสูตรใหม่อย่างรวดเร็วคือความสำเร็จที่หลั่งไหล
    • 5) ชำระเงินด้วยตนเองก่อน
      • A) อย่าเข้าไปในฐานะหนี้ที่มีขนาดใหญ่
      • B) เมื่อคุณเข้าใกล้ไม่ควรออมหรือลงทุน
    • ปล่อยให้แรงบันดาลใจสร้างแรงบันดาลใจความฉลาดทางการเงินของคุณเพื่อหาวิธีใหม่ในการสร้างรายได้เพื่อชำระค่าใช้จ่ายของคุณ
    • 6) จ่ายค่านายหน้าให้ดี: ดูแลคนเหล่านั้นให้ดีเพื่อช่วยให้คุณหารายได้ให้คุณ

    Rich-Dad-Poor-Dad 22

    เริ่มต้นใช้งาน

    • 7) เป็นผู้ให้แบบอินเดีย:
    • ฉันจะคืนเงินของฉันได้เร็วแค่ไหน?
    • ดังนั้นในการลงทุนใด ๆ กู้คืนหลักการของคุณโดยเร็วที่สุด
    • 8) สินทรัพย์ซื้อฟุ่มเฟือย:
    • สินทรัพย์สร้างรายได้รายได้จากการซื้อสินค้าฟุ่มเฟือย
    • ความต้องการฮีโร่: เมื่อถึงเวลาลงทุนหลายคนทำให้มันฟังยาก แทนที่จะหาฮีโร่ (ผู้เชี่ยวชาญ) ที่จะทำให้ดูง่าย
    • สอนและคุณจะได้รับมัน:สอนสิ่งที่คุณรู้กับผู้อื่นที่ต้องการมันและคุณจะได้รับแนวคิดใหม่และความแตกต่างที่ดีกว่า

    Rich-Dad-Poor-Dad 23

    สิ่งที่ต้องทำ

    • ดำเนินการ
    • อย่าเล่นอย่างปลอดภัย
    • เล่นสมาร์ท

    Rich-Dad-Poor-Dad 24

    ใครบอกว่า

    • หนังสือที่เขย่าโลกแห่งการเงิน! JP Morgan ประกาศ“ Rich Dad Poor Dad, a ต้องอ่าน A Must read สำหรับเศรษฐี – วารสาร WALL STREET
    • เหตุผลหลักที่ผู้คนต้องดิ้นรนทางการเงินก็เพราะพวกเขาใช้เวลาหลายปีในโรงเรียน แต่ไม่ได้เรียนรู้เรื่องเงิน ผลที่ได้คือคนเรียนรู้ที่จะทำงานเพื่อเงิน…. แต่ไม่เคยเรียนรู้ที่จะมีเงินทำงานให้พวกเขา – Robert T. Kiyoaski
    • “ ฉันรักลูก ๆ ของฉันและต้องการให้แน่ใจว่าพวกเขาจะได้รับการศึกษาที่ดีที่สุด! การเรียนแบบดั้งเดิมในขณะที่สำคัญมากนั้นไม่เพียงพออีกต่อไปเราทุกคนต้องเข้าใจเงินและวิธีการทำงาน” – ชารอนเลชเตอร์

    Rich-Dad-Poor-Dad 25

    • ขอบคุณ

    Rich-Dad-Poor-Dad 26


     

  • ตายแล้วไปไหน – ทำไมเราถึงมาเกิดในโลกนี้ – อยากรู้ต้องลองอ่านดู

    เข้าใจขันธ์ห้า

    คำถามยอดฮิตของมนุษย์คือ เมื่อตายแล้ว จะไปไหน จะตอบคำถามนี้ได้ จำเป็นต้องทำาความเข้าใจเรื่องขันธ์ห้าอันเป็นองค์ประกอบที่สร้างร่างกายและจิตใจของมนุษย์เสียก่อน เพื่อจะได้รู้ว่า ส่วนไหนของก้อนชีวิตนี้จะถูกทิ้งไว้บนโลกนี้ และ ส่วนไหนจะต้องเดินทางกลับเข้าสู่ถนนวงแหวนต่อไป
    พระพุทธเจ้าบอกว่า ร่างกายจิตใจของมนุษย์ประกอบ ไปด้วยธาตุธรรมชาติห้ากลุ่มที่มาอยู่รวมกันและทำางานร่วมกัน เรียกขันธ์ห้า มี รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ คือ มีส่วนของตัวกายที่หล่อๆสวยๆ และส่วนจิตใจที่มองไม่เห็น แต่มีอยู่
    ตายแล้วไปไหน - ทำไมเราถึงมาเกิดในโลกนี้ _01
    เรามาทำความรู้จักสองขันธ์พื้นฐานก่อน คือ เรามี   ตัวกาย (ร้ปขันธ์) และตัวใจ (วิญญาณขันธ์)
    ตายแล้วไปไหน - ทำไมเราถึงมาเกิดในโลกนี้ _02
    ตัวกายหรือเปลือกของเราต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับ เหตุการณ์ในโลกภายนอก เช่น ตื่นขึ้นมาก็ต้องเกี่ยวข้องกับคนในครอบครัว ออกไปข้างนอก ก็เกี่ยวข้องกับคนเดินถนน คนขายของ ไปทำางาน ก็ต้องยุ่งเกี่ยวกับเพื่อนร่วมงาน ซึ่งมีทั้งเหตุการณ์บวกและลบ เหตุการณ์เหล่านี้จึงเหมือนข้อม้ลหลากหลายของชีวิตประจำวันที่มาในรูปของ ภาพ เสียง กลิ่น รส สัมผัส ที่ต้องเดินผ่านสะพาน ตา หู จมูก ลิ้น กาย เข้ามาในโลกภายใน เพื่อรายงานต่อตัวใจ ซึ่งเป็นตัวจริงของเรา เมื่อเดินทางเข้ามาในโลกของใจแล้ว ข้อม้ลเหล่านั้นก็เปลี่ยนจากรูปเป็นนาม จึงกลายเป็น ความจำ (สัญญาขันธ์) ความคิด (สังขารขันธ์) และความรู้สึก (เวทนาขันธ์) เมื่อนำสามขันธ์นี้มารวมกัน ก็กลายเป็น “จิต” ของมนุษย์ ซึ่งก็ยังเก็บข้อมูล (data) ของเหตุการณ์ต่างๆจากโลกภายนอก เมื่อจิตมาปะทะตัวใจ จึงเกิดสภาวะที่เรียก จิตใจ ซึ่งมาจาก จิต+(ตัว)ใจ ดังภาพที่เห็นข้างล่าง
    -ทำไมเราถึงมาเกิดในโลกนี้-_03.jpg
    แทนที่จะเรียกแยกเป็น ความคิด ความจำ ความรู้สึก หรือ “จิต” ซึ่งเป็นคำที่ถูกใช้อย่างกำกวม คือถูกใช้เป็น ประธานบ้าง เป็นกรรมบ้าง จึงตั้งศัพท์ใหม่เพื่อให้ง่าย ต่อการสื่อสารและเข้าใจ โดยแทนนามขันธ์ทั้งสามนี้ด้วย คำว่า “เจอรี่” หรือ “หนูเจอรี่” โดยสภาวะแล้ว เจอรี่ก็คือ เสียงที่พูดในหัว จินตภาพที่เห็นในหัว พร้อมทั้งความรู้สึกในใจที่มนุษย์ทุกคนคุ้นเคย ฉะนั้น จะได้สมการเช่นนี้

    ภาพ เสียง กลิ่น รส สัมผัส = ความคิด ความจำ ความรู้สึก (จิตหรือเจอรี่)
    เจอรี่ภายนอกห้าตัว = เจอรี่ภายในสามตัว
    รูป = นาม

                     เนื่องจากจิตหรือเจอรี่เป็นพลังงาน (นาม) หนูทั้งสามตัวนี้จึงสามารถกระจายออกลูกหลานเป็นกองทัพของหนูเจอรี่ที่สามารถถล่มตัวใจของเราจนเจ็บปวด โดยสภาวะ คือ อาการคิดมาก ฟู้งซ่าน คิดวนเวียน คิดซ้ำซาก นั่นเอง
    -ทำไมเราถึงมาเกิดในโลกนี้-_04.jpg

    ศัตรูสามตัว

    เจอรี่ขาวและเจอรี่ดำ คือจุดเริ่มต้นของปัญหาชีวิตที่ทำ ให้มนุษย์สร้าง กรรมขาว กรรมดำ หรือ ทำบุญ ทำบาป เรื่องบุญ หรือ กรรมขาว ยังไม่ต้องพูดถึง เพราะไม่ได้เป็นปัญหามากเท่ากับกรรมดำอันเป็นผลพวงของเจอรี่ตัวดำ หรือ ความคิดฝ่ายลบนั่นเอง
    ตัวใจของมนุษย์ทุกคนซึ่งเปรียบเหมือน แมวทอม ล้วนมีศัตรูสามตัวที่กำลังทำร้ายตัวใจของเราอยู่ภายในทั้งสิ้น ทุกครั้งที่คิดและรู้สึกในเรื่องที่ไม่พึงประสงค์และเจ็บปวด ก็เปรียบเหมือนหนูทั้งสามตัวกำลังเอาของมีคมมาทิ่มแทง มาเฉาะ มาสับตัวใจของเราอย่างสนุกสนาน ตัวใจของมนุษย์ล้วนถูกศัตรูสามตัวนี้รุกระทืบ ถล่มอยู่เสมอ เพราะตัวใจเป็นตัวจริง เมื่อถูกศัตรูทำร้ายเช่นนี้ จึงเจ็บปวดมากกว่า ปัญหาจิตใจจึงเป็นปัญหาที่หนักหน่วงอันตรายมากกว่าความเจ็บของตัวกายซึ่งเป็นเปลือก
    -ทำไมเราถึงมาเกิดในโลกนี้-_05.jpg

    มรณัง จุติ

    การตายของตัวกายซึ่งเป็นตัวปลอม เรียก มรณัง เวลาไปงานศพ จะเห็นภาพคนตาย ใต้ภาพจะเขียนว่าชาตะหรือเกิดวันที่เท่าไร และมรณังหรือตายวันที่เท่าไร นั่นเป็นการตายของตัวกาย (รูปขันธ์) ซึ่งทำจากดิน น้ำ ลม ไฟ เมื่อตัวกายหยุดทำางาน ธาตุเหล่านี้ก็จะกลับคืนสู่ธรรมชาติเหมือนเดิม ถูกทิ้งไว้บนโลกนี้ แต่ตัวใจซึ่งเป็นตัวจริงของเราจะต้องเดินทางต่อไป การเดินทางของตัวใจนี้จะพ่วงเอาจิตหรือเจอรี่ที่ได้เก็บข้อมูลการกระทำหรือข้อมูลกรรมของเราไปด้วย นั่นคือ จิตกับใจ หรือ ทอมกับเจอรี่ รวมทั้งหมดสี่ขันธ์จะเดินทางไปทั้งยวง จิตหรือเจอรี่ จะเป็นตัวกำหนดว่าเราจะไปที่ดี (สุคติภูมิ) หรือ จะไปที่ไม่ดี (ทุคติภูมิ)
    คนที่ได้ทำกรรมดีมามาก ย่อมสะสมเจอรี่ขาว มาก ก็จะเอาข้อมูลกรรมที่ดีๆติดตัวไป
    ตายแล้วไปไหน - ทำไมเราถึงมาเกิดในโลกนี้ _06
    แต่คนที่ทำากรรมดำมามาก ทำกรรมขาวน้อย ย่อมสะสมเจอรี่ดำไว้มาก ก็จะเอาข้อมูลกรรมที่ดำๆติดตัวไปทั้งยวงเช่นกัน
    -ทำไมเราถึงมาเกิดในโลกนี้-_07.jpg
    เจอรี่ทั้งดำและขาว (กรรมดำ กรรมขาว บาป บุญ) จึงเป็นเหมือน “หนังสือเดินทางพร้อมวีซ่า” ที่เบิกทางให้ตัวใจไปสู่ทุคติภูมิ หรือ สุคติภูมิ การกระทำต่างๆตั้งแต่ กายกรรม วจีกรรม และกายกรรม ที่เราได้ทำบนโลกนี้ในขณะที่มีชีวิตอยู่นั้นเปรียบเหมือนเรากำลังไปขอวีซ่าเพื่ออนุญาตให้เราไปอยู่ในภพภูมินั้นๆที่เราเลือกจะไป อยากขอวีซ่าไปสุคติภูมิ ก็ต้องรักษาศีลห้า ทำบุญ ให้ทาน มีเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ทำดีทั้งต่อหน้าและลับหลังคน กฏแห่งกรรมก็จะสแตมพ์วีซ่า ให้ไปสุคติภูมิ หากใครอยากไปทุคติภูมิ ก็ทำได้โดยผิดศีลทุก ข้อเป็นอาจิณ อะไรเลวๆ ทำให้หมด โลภ โกรธ เกลียด อิจฉา โกง กิน(บ้านกินเมือง) ทุจริตทั้งทางตรงและทางอ้อม ทำบุญแบบผักชีโรยหน้า ใครที่ทำเช่นนี้ได้ กฏแห่งกรรมก็จะสแตมพ์ให้ไปทุคติภูมิ นี่เป็นทางเลือกทีอิสระเสรีของมนุษย์บนโลกนี้ทุกคนว่า อยากจะขอวีซ่าไปอยู่ภพภูมิไหนหลังจากตายแล้ว ก็ต้องทำกรรมไปตามเหตุปัจจัยเพื่อจะได้ไปอยู่สถานที่นั้นๆ ตามที่เราต้องการ โลกมนุษย์เป็นสถานที่ของการสร้างกรรม ที่จะตกแต่งบ้านในอนาคตหลังจากที่ตัวปลอมมรณังแล้ว ตัวใจ(ตัวจริง)ก็จะจุติและอุปบัติไปอยู่ สถานที่ใหม่ตามวีซ่าที่ได้ขอไว้แล้ว และต้องอยู่จนกว่าจะหมดอายุขัยของภพภูมินั้นๆ เมื่อวีซ่าออกให้แล้ว ก็ถอนไม่ได้อีก จำเป็นต้องไปอยู่ใช้กรรม จนกว่าจะหมดอายุขัย นี่คือภาพกว้างๆของการทำางานของกฏแห่งกรรม (การกระทำา) ฉะนั้น ใครอยากตัดสินใจขอวีซ่าไปอยู่ภพภูมิไหน ก็ได้ทั้งนั้น เป็นสิทธิส่วนตัวของมนุษย์แต่ละคน เพียงต้องทำกรรมให้เหมาะสมกับภพภูมิที่ต้องการไปอยู่เท่านั้น เพื่อช่วยการตัดสินใจของคุณว่าอยากจะขอวีซ่า ไปอยู่ภพภูมิไหน ข้อมูลคร่าวๆมีดังนี้คือ

    · ทุคติภูมิ หมายถึง สถานที่หรือภูมิประเทศที่อยู่ยาก อยู่ลำบาก อยู่อย่างอดอยาก ต้องถูกทรมาน อยู่
    อย่างเป็นทุกข์มาก มีสามแห่งคือ สัตว์เดรัจฉาน เปรต และสัตว์นรก มีตัวอย่างให้เห็นว่าสัตว์เดรัจฉานอยู่อย่างไร

    · สุคติภูมิ หมายถึง สถานที่หรือภูมิประเทศที่อยู่ง่าย อยู่สบาย ไม่ลำบาก ซึ่งมีสามแห่งใหญ่ๆเช่นกัน คือ โลกมนุษย์ สวรรค์ซึ่งมีหกชั้น และ พรหมโลก

    ตายแล้วไปไหน - ทำไมเราถึงมาเกิดในโลกนี้ _08

    ปีกซ้ายขวาของคุกชีวิต

    ชาวพุทธส่วนมากเข้าใจผิดคิดว่า การไปเกิดในสวรรค์ หรือ ไปเมืองพรหมเป็นเรื่องดี จนมีชาวพุทธมากมายตั้งจิตอธิษฐานที่จะขอเกิดในสวรรค์ คิดว่าจะได้อยู่อย่างสุขสบายไปตลอด ซึ่งเป็นการเข้าใจผิดอย่างยิ่ง
    ตายแล้วไปไหน - ทำไมเราถึงมาเกิดในโลกนี้ _09
    เพราะว่า ภพภูมิทั้งหกเปรียบเหมือน ปีกซ้าย และ ปีกขวา ของคุกชีวิตเท่านั้น หากเราเป็นนักโทษที่ดี ก็จะถูกส่งไปอยู่ปีกซ้ายของคุกซึ่งจัดไว้สำหรับนักโทษที่ประพฤติตัวดีทั้งหลาย คือ ทำกรรมขาว ทำบุญมามาก เหมือนตบรางวัลให้มีความเป็นอยู่ที่สบายหน่อย ไม่ลำบาก อยู่ในภูมิประเทศที่สวยงาม แต่หากใครเป็นนักโทษที่เลว ทำากรรมชั่วมาก ก็จะถูกส่งไปอยู่ปีกขวาของคุก อันมีภูมิประเทศที่แห้งแล้ง อยู่ยากต้องอยู่อย่างทรมาน อดๆอยากๆมาก แต่ไม่ว่าจะเป็นนักโทษในปีกซ้ายหรือปีกขวาของคุกชีวิตแล้ว เมื่อหมดอายุขัยของภพภูมินั้นๆแล้ว ก็ต้องตายอีก หรือจุติอีก คือ ตัวใจ(ตัวจริง) ต้องเคลื่อนต่อไป โดยหลักการกว้างๆ แล้ว ภพภูมิมนุษย์จัดเป็นภพภูมิกลางๆเป็นเวทีของการ “ใช้กรรมเก่า” และเปิดโอกาสให้ “สร้างกรรมใหม่” ได้ด้วย ส่วน ภพภูมิที่เหลือทั้งห้า เป็นภพภูมิของการ “ใช้กรรมเก่า” เพียงอย่างเดียว คือ ใช้ทั้งกรรมดีและกรรมชั่วที่ได้ทำในขณะอยู่ภพภูมิมนุษย์ เมื่อใช้กรรมเสร็จแล้ว ไม่ช้าก็เร็ว ตัวใจ(ตัวจริง)ของทุกชีวิตจะได้มีโอกาสกลับมาตั้งหลักใหม่ในภพภูมิมนุษย์อีก

    ดินแดนแห่งโอกาส

    ภพภูมิมนุษย์จึงเป็นดินแดนแห่งโอกาสที่แท้จริง เพราะการมาเกิดเป็นมนุษย์และพบพระพุทธศาสนานี้ หมายความว่า เรามีโอกาสที่จะเรียนรู้หนทางที่จะพาเราออกจากคุกชีวิตอย่างถาวรได้ นั่นคือ ต้องเลือกทำกรรมอีกชนิดหนึ่งเรียก อกรรม อันเป็นกรรมที่ไม่ทอดทั้งเงาดำาหรือเงาขาวที่จะพาตัวใจกลับเข้าถนนวงแหวนและติดคุกชีวิตอีก อกรรม คือ การปฏิบัติสติปัฏฐานสี่  วิปัสสนา หรือ พาตัวใจกลับบ้าน
    -ทำไมเราถึงมาเกิดในโลกนี้-_10.jpg


     
     

  • ฮวงจุ้ย สำหรับ ปี 2562 – Feng Shui for year 2019 และ การแก้เคล็ด ตามตำรา ศาสตร์ ของ ฮวงจุ้ย

    ฮวงจุ้ย สำหรับ ปี 2019

    สำหรับ ปี 2562 _ Feng Shui for year 2019 _ 01

    พีระมิด ของ ฮวงจุ้ย

    สำหรับ ปี 2562 _ Feng Shui for year 2019 _ 02

    ฮวงจุ้ย คือ ศาสตร์แห่งธรรมชาติ

    สำหรับ ปี 2562 _ Feng Shui for year 2019 _ 03
    1. ส่วน ตรงกลาง – ผังตำแหน่ง ดาวบิน Flying Star สำหรับ ปี 2019  อยู่ ส่วนตรงกลาง บ้าน
    สำหรับ ปี 2562 _ Feng Shui for year 2019 _ 00 Center
    2. ส่วน ทางทิศ ตะวันออก  – วางอ่างน้ำเกลือ  ใส่ 1 เหรียญเงิน  6 เหรียญทองแดง
    สำหรับ ปี 2562 _ Feng Shui for year 2019 _ 04
    3. ส่วน ทิศตะวันออกเฉียงใต้ – ตั้งตู้ปลา เลี้ยงปลาดำสำหรับ ปี 2562 _ Feng Shui for year 2019 _ 05
    4. ส่วน  ทิศใต้ – ตั้งโคมไฟ แสงสีแดง
    สำหรับ ปี 2562 _ Feng Shui for year 2019 _ 06
    5. ส่วน  ทิศตะวันตกเฉียงใต้ – แขวนระฆังลม ท่อโลหะขนาดใหญ่
    สำหรับ ปี 2562 _ Feng Shui for year 2019 _ 07
    6. ส่วน ทิศตะวันตก – ตั้งกระถางต้นไม้มั่งคั่ง หรือ รูปปั้นโลหะทรัพย์ศฤงคาร
    สำหรับ ปี 2562 _ Feng Shui for year 2019 _ 16
    7. ส่วน ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ – ตั้งแจกันจีนขนาดใหญ่
    สำหรับ ปี 2562 _ Feng Shui for year 2019 _ 08
    8. ส่วน ทิศเหนือ – หาตำแหน่งใส่ หินควอตซ์สีขมพู ใส่ตามใต้ต้นไม้ หรือ แหล่งน้ำ ทางทิศเหนือ
    สำหรับ ปี 2562 _ Feng Shui for year 2019 _ 09
    9. ส่วน ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ –  ตั้งวัตถุ ที่เป็นโลหะ สีเหลือง
    สำหรับ ปี 2562 _ Feng Shui for year 2019 _ 10

    ห้า ทิศทาง ที่ไม่ดี ปี 2019


    จริงๆแล้วการดูวิเคราะห์ฮวงจุ้ยมีรายละเอียดอีกมาก แต่ปกติถ้าดำเนินการปฎิบัติตามขั้นตอน วางได้ทุกทิศอ้างอิงที่เป็นมงคล แล้วก็จะดีมาก เป็นการเสริมบารมีให้ประสบความสำเร็จและเอาชนะอุปสรรคในอนาคต
    แต่เนื่องจาก ปัญหาของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เช่น บางคนมีปัญหาด้านการเงิน บางคนมีปัญหาด้านสุขภาพ บางคนมีปัญหาครอบครัว ฯลฯ ต้องแก้ปัญหาผลกระทบในทางเชิงลบที่เขาได้รับ เป็นรายๆไป ทิศทางของ ดาวประจำตัว ของแต่บุคคลไม่เหมือนกัน การแก้ปัญหาจึงแตกต่างกันไป ไม่เหมือนกัน
    ผลกระทบเชิงลบ ที่ได้รับ ต้องพิจารณาดูจาก ธาตุ ทิศทาง ดวงดาว เดือนจักร์ราศี เป็นต้น แล้วไปแก้ไขที่ผลกระทบเชิงลบ ต่อบุคคลนั้นๆ
    แนะนำให้ไปศึกษา ดูเพิ่มเติม ตามตำรา การแก้เคล็ด ของ ศาสตร์ฮวงจุ้ย


     

  • ข้อคิดดี ๆ จาก คำคม คารมปราชญ์

    24684974-คำคม-2510-02-01
    เรื่องด่วน………………พูดให้ช้า ๆ
    เรื่องใหญ่ พูดให้ชัด ๆ
    เรื่องเล็ก พูดให้มีอารมณ์ขัน
    เรื่องไม่มั่นใจ ทบทวนไห้ดีค่อยพูด
    เรื่องยังไม่เกิด…………………..อย่าพูดส่งเดช
    เรื่องที่ทำไม่ได้ อย่าพูดอย่างมักง่าย
    เรื่องให้ร้าย อย่าได้พูด
    เรื่องลำบากใจ มุ่งที่เรื่องไม่มุ่งคน
    เรื่องสนุก ต้องดูกาลเทศะ
    เรื่องเศร้า อย่าได้เจอใครก็พูด
    เรื่องคนอื่น พูดอย่างระมัดระวัง
    เรื่องตนเอง ตั้งใจฟังใจเราพูดอย่างไร
    เรื่องปัจจุบัน ทำแล้วค่อยพูด
    เรื่องอนาคต ไว้พูดในอนาคต
    โลกกลม ๆใบนี้ ไม่มีอะไรที่ได้มาฟรี ๆ   อยู่ให้ไว้ใจ ไปให้คิดถึง


    คนเราต้องเดินหน้า เวลายังเดินหน้าเลย
    ไม่ต้องสนใจว่าแมวจะสีขาวหรือดำ
    ขอให้จับหนูได้ก็พอ ยิ่งมีใจศรัทธา ยิ่งต้องมีสายตาที่เยือกเย็น
    ในโลกกลม ๆ ใบนี้ไม่มีคำว่าแน่นอน
    ความปราถนาอย่างแรงกล้า นั่นแหละคือเหตุผล
    คนเราเมื่อม้าตายก็ต้องลงเดิน คนเราจะไม่ต้องใช้สมองเลย ถ้าพูดแต่ความจริง
    ท้อแท้ได้แต่อย่าท้อถอย อิจฉาได้แต่อย่าริษยา พักได้แต่อย่าหยุด
    เหตุผลของคน ๆ หนึ่ง อาจจะไม่ใช่เหตุผลของคนอีกคนหนึ่ง


    ถ้าคุณไม่ลองก้าวจะไม่มีวันรู้เลยว่าข้างหน้าเป็นอย่างไร ?
    ปัญหาทุกอย่างล้วนอยู่ที่ตัวเราทั้งสิ้น
    น้ำใจส่วน – น้ำใจ เหตุผลส่วนเหตุผล……………………
    เรื่องดีหรือเรื่องร้ายทางที่ดีบอกกันก่อน
    หนทางยาวไกลนับ 10,000ลี้ต้องเริ่มต้นด้วยก้าวแรกก่อนเสมอ……………………………
    เราจะเห็นค่าความอบอุ่นก็ต่อเมื่อเราผ่านความเหน็บหนาวมาแล้ว
    อันตรายที่สุดสำหรับชีวิตคนเรา คือ การคาดหวังเริ่มต้นดีแล้วลงท้ายก็ต้องดีด้วย


    สวรรค์นั้นพึ่งยากคนนั้นพึ่งยากกว่าอย่ายอมแพ้ถ้ายังไม่ได้พยายามอย่างเต็มที่
    จงใช้สติอย่าใช้อารมณ์เบื้องหลังความเข้มแข็ง
    สมควรมีความอ่อนโยนเบื้องหลังของสติสมควรมีอารมณ์
    ไม่มีคำว่าบังเอิญในเรื่องของความรักมีแต่คำว่าตั้งใจ
    ยินดีกับสิ่งที่ได้มาและยอมรับกับสิ่งที่เสียไป
    หลังพายุผ่านไป……………………….ฟ้าย่อมสดใส
    หลังผ่านปัญหา จะรู้ว่าปัญหานั้นเล็กนิดเดียว
    ไม่เป็นขุนนางน่ะได้……………………..แต่ไม่เป็นคนไม่ได้
    มีแต่วันนี้ที่มีค่าไม่มีวันหน้า – วันหลัง
    เมื่อวานก็สายเกินแก้ – พรุ่งนี้ก็สายเกินไป
    ความดี หยิบยื่นให้กันไม่ได้….ใครอยากเป็นคนดีต้องทำความดีเอาเอง
    หมั่นนึกถึงความผิด เพื่อจะได้คิดแก้ไข
    หมั่นนึกถึงความดี เพื่อจะได้มีกำลังใจ


    ถ้าหลังเราตรงแล้ว……..ก็ไม่ต้องกลัวว่าเงาจะคด
    ถ้าท่านเป็นเพื่อนบ้านที่ดี ท่านก็จะมีเพื่อนบ้านที่ดี
    ความกลัวที่จะคิดแตกต่างนี่แหละที่เราควรกลัว
    ไม่ต้องอายที่เป็นคนจน แต่ควรอายที่เป็นคนเลว
    ไฟใช้ทดสอบทอง ความทุกข์ยากใช้ทดสอบมิตร ความเจ็บไข้ใช้ทดสอบลูกหลาน 
    ทรัพย์จะเสื่อม……เพราะใช้จ่ายไม่ถูกทาง……
    มิตรจะเสื่อม เพราะมีความเอื้อเฟื้อต่อกันน้อย
    ความเคารพนับถือจะเสื่อม เพราะต่ำต้อยในคุณงามความดี ……….
    THE END


     

G-2GCKRJZY3J