





ปกป้องตนเองและคนรอบตัวโดยการหาข้อมูลและปฏิบัติตามข้อควรระวังที่เหมาะสม รวมถึงปฏิบัติตามคำแนะนำจากหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่
วิธีป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19
ล้างมือบ่อยๆ โดยใช้สบู่และน้ำ หรือเจลล้างมือที่มีส่วนผสมหลักเป็นแอลกอฮอล์
รักษาระยะห่างที่ปลอดภัยจากผู้ที่ไอหรือจาม
สวมหน้ากากอนามัยเมื่อเว้นระยะห่างไม่ได้
ไม่สัมผัสตา จมูก หรือปากปิดจมูกและปากด้วยข้อพับด้านในข้อศอกหรือกระดาษชำระ
เมื่อไอหรือจามเก็บตัวอยู่บ้านเมื่อรู้สึกไม่สบายหากมีไข้ ไอ และหายใจลำบาก
โปรดไปพบแพทย์โปรดติดต่อล่วงหน้าเพื่อที่ผู้ให้บริการด้านสุขภาพจะแนะนำให้คุณไปยังสถานพยาบาลที่ถูกต้องได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะช่วยปกป้องคุณ รวมถึงป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสและการติดเชื้ออื่นๆ
หน้ากากอนามัย
หน้ากากอนามัยช่วยป้องกันไม่ให้ผู้ที่สวมแพร่กระจายไวรัสไปยังผู้อื่น อย่างไรก็ตาม หน้ากากอนามัยเพียงอย่างเดียวป้องกันเชื้อโควิด-19 ไม่ได้ จึงควรรักษาระยะห่างและหมั่นทำความสะอาดของมือร่วมด้วย รวมถึงปฏิบัติตามคำแนะนำจากหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่















ปกป้องตนเองและคนรอบตัวโดยการหาข้อมูลและปฏิบัติตามข้อควรระวังที่เหมาะสม รวมถึงปฏิบัติตามคำแนะนำจากหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่
วิธีป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19
ล้างมือบ่อยๆ โดยใช้สบู่และน้ำ หรือเจลล้างมือที่มีส่วนผสมหลักเป็นแอลกอฮอล์
รักษาระยะห่างที่ปลอดภัยจากผู้ที่ไอหรือจาม
สวมหน้ากากอนามัยเมื่อเว้นระยะห่างไม่ได้
ไม่สัมผัสตา จมูก หรือปากปิดจมูกและปากด้วยข้อพับด้านในข้อศอกหรือกระดาษชำระ
เมื่อไอหรือจามเก็บตัวอยู่บ้านเมื่อรู้สึกไม่สบายหากมีไข้ ไอ และหายใจลำบาก
โปรดไปพบแพทย์โปรดติดต่อล่วงหน้าเพื่อที่ผู้ให้บริการด้านสุขภาพจะแนะนำให้คุณไปยังสถานพยาบาลที่ถูกต้องได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะช่วยปกป้องคุณ รวมถึงป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสและการติดเชื้ออื่นๆ
หน้ากากอนามัย
หน้ากากอนามัยช่วยป้องกันไม่ให้ผู้ที่สวมแพร่กระจายไวรัสไปยังผู้อื่น อย่างไรก็ตาม หน้ากากอนามัยเพียงอย่างเดียวป้องกันเชื้อโควิด-19 ไม่ได้ จึงควรรักษาระยะห่างและหมั่นทำความสะอาดของมือร่วมด้วย รวมถึงปฏิบัติตามคำแนะนำจากหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่





การตลาดพันธมิตร คือ การตลาดที่มีค่าคอมมิชชั่นทางธุรกิจ เสนอโดย บริษัทชั้นนำ บริษัทจะให้ ค่าคอมมิชชั่น สำหรับ การส่งเสริม หรือ ขาย สำหรับบุคคลที่สาม
เช่น ให้ค่าตอบแทน เป็นค่าคอมมิชชั่น 1-10% แก่ บุคคลที่สาม ที่ร่วมงานขายในระบบธุรกิจการตลาดแบบพันธมิตร
แนวความคิด
1. ไม่มีสินค้าตายตัว ขายได้แล้ว ก็ขายได้อีก จะกี่ครั้งก็ได้
2. ให้ ค่าตอบแทน เป็นคอมมิชชั่น เริ่มต้น 1-10% ต่อ การขาย ในที่นี่ ค่าคอมมิชชั่น คือ ค่าเฉลี่ยจากการ ขาย ผลิตภัณฑ์
คุณลักษณะหลัก Key Feature
⏺ ค่าคอมมิชชั่น ขั้นเริ่มต้น 1 – 10 %
⏺ ชำระเงิน เข้า บัญชีผู้ขาย การตลาดพันธมิตร โดยตรง
⏺ ขายต่อ โอนสิทธิ ให้ผู้อื่น สำหรับ การต่ออายุการงาน ได้
⏺ ค่าใช้จ่าย ในการเริ่มต้นทำธุรกิจ Start Up ต่ำ

สินค้าของเรา ที่นี่ คือ รูปแบบของ การฝึกอบรม ชุดโมดูล และ ความสมบูรณ์ ของทรัพยากรบุคคล ที่ พร้อมสำหรับ การตลาด พันธมิตร โดยมีการฝึกอบรม เป้นขั้นเป็นตอน อย่างมีแบบแผน มี ระเบียบ-ระบบ-ตามขั้นตอน การฝึกอบรม รวมถึง การทำการตลาด พันธมิตร และ การตลาด ออนไลน์

*️⃣ การฝึกอบรม ทางวิดีโอ *️⃣ การฝึกอบรม ทางอีเมล์ *️⃣ ฝ่ายขาย ช่องทางการขาย *️⃣ พรีเซ็นเตอร์ การเขียน โฆษณา *️⃣ การติดตามผล การขึ้นข้อความโฆษณา *️⃣ ลูกค้า ซ่อมบำรุง *️⃣ ไม่ จำกัด ฝ่ายขาย *️⃣ เฟสบุ๊ค การตลาด วิดีโอ *️⃣ อินสตาแกรม การตลาด วิดีโอ *️⃣ Youtube Marketing วิดีโอ ที่ครอบคลุมถึงตัว ผลิตภัณฑ์ทั้งหมด

ได้รับจากทุกการขาย ไม่จำกัดจำนวนครั้งการขาย ไม่จำกัดอายุการใช้งาน ไม่จำกัดสิทธิการขาย ไม่จำกัดโฮสติ้ง สำหรับ ข้อมูลลูกค้า ณ เวลาที่ขาย ในแต่ละระดับ ไปจนถึง สปอนเซอร์ ของคุณ
ลูกค้าผู้มุ่งหวัง ของคุณ คือ ใคร
คือ ผู้ที่สนใจ หรือ ต้องการร่วมเป็นพันธมิตรการขาย ทำเครื่องหมายเป็นลูกค้ามุ่งหวังไว้ ถึงยังไม่สามารถ ขายเพื่อทำกำไรได้ แต่ก็ถือว่า เป็นลูกค้าของเรา หรือ ลูกค้าออนไลน์ ที่ใช้เวลากับการขาย 2-3 ชั่วโมง ต่อ วัน
จะทำการขายได้อย่างไร ▶️ เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อพยายามขายของให้ได้ ค่าคอมมิชชั่น ▶️ ถ้า คุณยังไม่ทราบ ว่าจะขายของอย่างไร ทำอย่างไร คุณก็ต้องขวนขวาย หาความรู้ ความต้องการประสบการณ์ รวมถึงเข้าร่วม เรียนรู้ ว่าขายอย่างไร , ขายที่ไหน , ขายให้ใคร และ ได้รับความรู้ทางการขาย รวมถึง การใช้งานตัว ผลิตภัณฑ์ ตามขั้นตอน ของการ การฝึกอบรม
การทำการตลาดออนไลน์ เป็นการทำการตลาดที่ไม่แพง แถมยังสามารถทำเงินได้เร็วมากที่สุด ด้วยการใช้ความพยายามที่ไม่มากนัก ไม่ได้ใช้วิธี hard sell เหมือนกับธุรกิจขายตรง เป็นงานออนไลน์ ที่สามารถทำเงินได้จริง จ่ายเงินจริงทุกเดือน คนที่ทำ Affiliate บางคน ตั้งใจทำเป็นงานเสริมในช่วงแรกๆ แต่พอได้รับเงินเยอะๆ บางคนลาออกจากงานเพื่อมาทำแบบเต็มตัวก็มี หลายๆคนทำเงินต่อวันได้หลายหมื่นบาท โดยการขาย Affiliate Marketers มี 3 แบบหลักๆ ดังนี้
ตัวอย่าง แผนผังของการทำ Affiliate Program การตลาดพันธมิตร


คนธรรมดา ๆ ที่ใช้สมองและสองมือ และ สร้างเนื้อสร้างตัว จนเป็น “คนรวย” ได้เองนั้น. เขามีคณุสมบัติ หรือ ทัศนคติที่เหมือนกันอย่างไร ? คำถามนี้น่าสนใจ เพราะคนธรรมดาอย่างเรา ๆ จะได้นำมาปรับเปลี่ยนตัวเอง เพื่อก้าวเข้าสู่เส้นทางความสำเร็จตามไปได้ อย่างน้อยก็ใกล้ ขึ้นอีก 1 ก้าว
Thomas C.Corley ผู้ เขียนหนังสือ “Rich Habits: The Daily Success Habits of Wealthy Individuals”
ได้ใช้ เวลากว่า 5 ปีในการศึกษาทัศนคติคนรวยที่ สร้างเนื้อสร้างตัวเอง (ไม่ได้ ถูกหวยชุดใหญ่ ไม่ได้ มีมรดก กองโต ) จำนวนเกือบ 200 คน จึงค้นพบว่า มีคุณสมบัติร่วม 13 ประการที่คนรวยสร้างเอง มีเหมือน ๆ กัน นั่นก็คือ
1. คนรวยสร้างเอง อ่านหนังสือเป็นประจำ | 88% ของคนรวย อ่านหนังสืออย่างน้อย 30 นาที ทุกวัน และ เป็นการอ่านเพิ่มความรู้ เพื่อเอาไปใช้ต่อยอด ไม่ได้ อ่านหนังสือหมวดบันเทิง
2. คนรวยสร้างเอง ออกกาํลัง กายเป็นประจำ | 76% ของคนรวย ออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาที ทุกวัน เพราะเขารู้ว่าการออกกำลังกายไม่ได้ ดีต่อสุขภาพร่างกายเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ สมองตื่นตัวอีกด้วย
3. คนรวยสร้างเอง เข้าสังคมกับคนแบบเดียวกัน | ซึ่งคนแบบเดียวกัน หมายถึง คนที่มีเีป้าหมาย มองโลกดัานบวก มีความกระตือรือล้น … จะว่าพวกเขาเลือกคบก็ได ้ แต่เพราะพวกเขารู้ ว่าเวลามีจำกัด จะคบทุกทุกเวลาไม่ได ้ แถมการคบคนที่คิดลบ ช่างนินทาแต่ไม่ลงมือทำ ก็กลับจะยิ่งบั่นทอนกำลังใจ … ถ้าเราอยากจะอยู่ในสังคมคนรวยสร้างเอง จริง ๆ เราไม่จำเป็นต้องรวยแล้วก็ได้ แค่เราต้องมีพื้นฐานทัศนคติด้านบวก มีแนวคิดก้าวหน ้ า และมีความรู้จริง แบบนี้ ใคร ๆ ก็อยากคุยด้วย ทำธุรกิจด้วย
4. คนรวยสร้างเอง พุ่งชนเป้าหมาย | คนที่มีเป้าหมาย และมุ่งหน้าเดินสู่เป้าหมายอย่างไม่ท ้อ ล้มแล้วก็ลุก ต่อให ้ เดินไปได ้ ก้าวสองก้าวแล้วล้ม ก็ลุกมาเดินต่อ สุดท้ายก็ไปถึงเป้าหมายได ้ และคนรวยสร้างเอง จะตัั้งเป้าหมายส่วนตัว ไม่เอาชีวิตของคนอื่นมาลอกเป็นเป้าหมายของเขา
5. คนรวยสร้างเอง ตื่นเช้า | คนรวยเกือบ 50% มีเวลาตอนเช้ามืดอย่างน้อย 3
ชั่วโมงก่อนเริ่มทำงานจริง ( เช่น เริ่มงาน 8 โมง ก็ตื่นตีี 5) เพราะตื่นเร็วกว่า ก็มีเวลาคิดและทำสิ่งต่าง ๆ ได ้ มากกว่า กลายเป็นว่าคนตื่นเช้า สามารถ “ควบคุม” ปัจจัยเวลาได้ ส่วนคนที่ตื่นสาย ทำอะไรช้า ก็จะถูกเวลาไล่กวดอยู่เสมอ
6. คนรวยสร้างเอง มีแหล่งรายได้หลายทาง | 65% ของคนรวย ( ในกลุ่มที่ทำการศึกษา ) ไม่ได้ มีรายได้ จากแหล่งเดียว แต่มีจาก 3 ช่องทางเป็นอย่างน้อย อย่างเช่น บ้านหรือคอนโดให ้ เช่า กำไรและเงินปันผลจากหุ้น และการร่วมหุ้นทำธุรกิจ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเริ่มจากสิ่งใหญ่โต ใช้เงินมากเกินตัว แต่สามารถค่อย ๆ ริเริ่ม ลองทำและต่อยอดขยับขยายไปเรื่อย ๆ
7. คนรวยสร้างเอง แสวงหาที่ปรึกษาของชีวิต (Mentors) | ซึ่ง Mentor ไม่จำเป็นต้องเป็นคนอายุมากกว่ามาก ๆ แต่สามารถเป็นเพื่อนที่มีประสบการณ์ในบางด้านมากกว่า เคยทำบางอย่างสำเร็จมาก่อน และ Mentor ไม่ได ้ ช่วยพัฒนาชีวิตคนรวยในด้านธุรกิจหรือการเงินเท่านั้นยังช่วยให้ชีวิตส่วนตัวมีความสุข ผ่านพ้น ปัญหาหลายรูปแบบที่ยาก ๆ ได ้ .. คือคนรวย จะไม่คิดเองทำเองด้วยตัวคนเดียว แต่ยินดีให ้ คนมาช่วยคิดช่วยแนะนำสิ่งดี ๆ อยู่เสมอ
8. คนรวยสร้างเอง คิดบวก | Corley ( ผู้ ทำการศึกษาเรื่องนี้) ย้ำว่าการคิดบวกเป็นสุดยอดปัจจัยสู่คามสำเร็จของคนรวยสร้างเอง “ ทุกคน ” … ซึ่งปัญหาของคนส่วนใหญ่คือ ไม่ค่อยจะสำรวจจิตใจตัวเอง ว่าเป็นคนคิดลบหรือคิดบวก ซึ่งคนรวยจะมีความรู้ สึกตัวตนอยู่เสมอ ว่าไม่จะปล่อยให ้ ตัวเองตกลงไปในหลุมของการคิดลบ
9. คนรวยสร้างเอง ไม่เห่อตามกระแสมหาชน | แต่คนรวยจะสร้างกระแสของตัวเองขึ้นมา และชักชวนคนรอบข้างให ้ เดินตาม
10. คนรวยสร้างเอง มีมารยาทดีทำตัว เหมาะสม | คนรวยรู้ว่าในโอกาสไหนควรทำอะไร เช่น่ ส่งจดหมายขอบคุณเมื่อได ้ รับความช่วยเหลือ กล่าวแสดงความยินดีเมื่อเพื่อนประสบความสำเร็จ ร่วมโต๊ะอาหารอย่างสำรวม และแต่งตัวเหมาะสมไม่น้อยเกินและไม่มากเกิน ( อะไรที่เกินพอดี คือ ไม่ดี ) ส่วนหนึ่งก็เพื่อรักษาความสัมพันธ์ แต่ส่วนหนึ่งก็เพราะเขารู้ จักใจเขาใจเรา รู้ ว่า “We are all humans” คือทุกคนมีชีวิตจิตใจ ต้องการกัลยาณมิตร และการจะให ้ คนอื่นรู้ ว่าเราคือกัลยาณมิตร คือต้องแสดงออก ไม่ใช่แค่คิดในใจ … ลองคิดดูว่ามีคนแสดงให้ เรารู้ ว่าเขารู้สึกดีกับเรา ขอบคุณเรา ชื่นชมเรา เราก็คงยินดีเช่นกัน แต่ถ้าทุกคนคิดดีกับเราหมด แต่ไม่เคยบอก ไม่เคยแสดงออก เราจะไม่รู้ แต่แรกเลยด้วยซ้ำ ว่าเรามีคนแบบนี้อยู่รอบตัว
11. คนรวยสร้างเอง ยินดีช่วยคนอื่นให้สำเร็จไปด้วย | ซึ่งคนรวยสร้างเอง ก็จะรู้จักเลือกช่วยเช่นกัน ซึ่งไม่ใช่แบบเล่นพรรคเล่นพวกล้วน ๆ ไม่ใช่เห็นแก่ตัวขั้นรุนแรง แต่เพราะเขารู้ว่า ไม่สามารถช่วยทุกคนทุกเวลาได ้ เพราะแบบนั้น ก็จะไม่มีเวลาไปช่วยคนที่มีศักยภาพมากพอที่จะประสบความสำเร็จ ผลงานโดยรวมก็จะออกมากลาง ๆ หรือตํ่า เพราะถ้าช่วยเหมาเข่ง คนเก่งก็จะได้รับเวลา/ทรัพยากรไม่มากพอ ส่วนคนที่กลาง ๆเบ ๆ ต่อให้ ช่วยมากเท่าไร เขาก็ไปได ้ แค่นั้น
Follow “Thailand
12. คนรวยสร้างเอง ใหเ้วลากับตัวเองในการคิดใคร่ครวญ | คนรวยสรา้งเอง จะใช้สมองคิดใคร่ครวญ การงานต่าง ๆ เงียบ ๆ คนเดียว อย่างน้อย 15 นาทีทุกวัน ซึ่งเรื่องที่คิดไม่จำเป็นต้องเกี่ยวกับเงินทองธุรกิจ ล้วน ๆ แต่เขายังคิดเรื่องการวางแผนชีวิตโดยรวม และการดูแลสุขภาพเช่นกัน
13. คนรวยสร้างเอง ชอบฟังเสียงสะท้อนจากผู้คน | แม ้ แต่คนที่รวยแล้ว ก็ไม่ได ้ คิดถูกทำถูกทุกเรื่อง ทุกครั้ง และเขารู้ว่า ถ้าไม่เปิดใจรับฟังความเห็นก็ไม่มีทางรู้ตัว ( ได้อย่างทันท่วงที ) ว่าอะไรกำลังผิดทาง อะไรที่คนไม่ชอบ … เขาจึงแสวงหาความเห็นจากคนรอบข้าง ทั้งเพื.อน คู่ค้า และลูกค้า แล้วถ้าฟังแล้วมี เหตุผลจริงก็ยอมรับ พร้อมกับเอามาปรับปรุงให ้ การงานต่าง ๆ กลับเข้าเส้นทางที่ถูกต้อง … ส่วนคนที่กลัว ความเห็นจากคนอื่น ก็เสี่ยงมากที่จะล้มทัังยืน เพราะไม่รู้ตัว/รู้ช้า ว่ากำลังเดินลงเหว — คนรวยก็สามารถหลงเดินไปเส ้ นทางทีคนรวยก็สามารถหลงเด คนรวยก็สามารถหลงเดินไปเส ้ นทางที่พาไปลงเหวได้เช่นกัน แต่ แต่เขารับฟังเสียงเตือนว่านั้นเป็นตัวชี้ทาง
อย่างที่บอกไว้แต่แรก ว่าคนรวยสร้างเอง ก็เกิดมาเป็นคนธรรมดา แต่ด้วยทัศนคติที่ใช่ และ การกระทำที่ใช่ ( ผ่านการต่อสู้ฝ่าฟัน และ ปรับตัว ) คนธรรมดาก็รวยได้ สำเร็จได้ … ด้วยตัวเอง
และถ้าเราเชื่อว่า ทัศนคติที่ใช่นั้น ” สร้างได้ ” ไม่ต้องลุ้นให้มีติดตัวมาแต่เกิดแบบพรสวรรค์ … เราก็สามารถสร้างทัศนคติที่ใช่ของเราเองได้เช่นกัน

ทุกคนต้องการที่จะรวยหรืออย่างน้อยก็มีความปลอดภัยทางการเงิน อย่างไรก็ตามวันนี้ผู้คนมากขึ้นกำลังพบว่ามันยากกว่าที่จะรักษาหัวไว้เหนือน้ำทางการเงิน และจากจุดได้เปรียบของฉัน ฉันเห็นผู้คนจำนวนมากละทิ้งความหวังและความรู้สึกว่าการชนะลอตเตอรี่หรือการสืบทอดเป็นวิธีเดียวที่พวกเขาสามารถเป็นอิสระทางการเงิน
มีอีกวิธีหนึ่งในการก้าวไปข้างหน้าทางการเงิน ก่อนอื่นคุณต้องเรียนรู้ความแตกต่างระหว่างอิสรภาพทางการเงินและความมั่นคงทางการเงิน ฉันจะแบ่งปันกับคุณว่าคุณค่าหลักของคุณจะเป็นอย่างไรในท้ายที่สุด ตรวจสอบว่าการเริ่มต้นธุรกิจและในกรณีนี้ธุรกิจขายตรงเป็นตั๋วไปยังสิ่งที่ฉันเรียก “ อิสรภาพทางการเงิน ”
ธุรกิจขายตรง : ธุรกิจที่สมบูรณ์แบบ ?
มีอีกวิธีหนึ่งคือคนทั่วไป สามารถเพลิดเพลินกับประโยชน์ของความสำเร็จทางการเงิน ไม่มีความยุ่งยากที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจแบบดั้งเดิม : เริ่มขายตรงของคุณเอง ธุรกิจ แม้ว่าฉันจะไม่เข้าร่วม การขายตรงมีหลายเหตุผลว่าทำไมฉันคิดว่าการขายตรงเป็นธุรกิจที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ที่เต็มใจทำงานให้กับมัน
คุณค่าของการขายตรง คือ คุณค่าของคำสอนของ “ พ่อรวย ”
ตามที่เขียนในหนังสือของ The Business School: สำหรับคนที่ชอบช่วยเหลือผู้อื่น ถูกดึงดูดให้อุตสาหกรรมนี้เพราะส่วนใหญ่ บริษัท ต่าง ๆ กำลังสอนคุณค่าของพ่อรวยของฉันไม่ใช่พ่อที่ยากจน อย่างไรก็ตามฉันเป็น อย่างใกล้ชิดกับอุตสาหกรรมสำหรับหลาย ๆปี. ทัศนคติของฉันเปลี่ยนไปหนึ่งวันเมื่อ เพื่อนที่ดีของฉันกำลังมองหาที่จะเข้าอุตสาหกรรม. เพื่อนของฉันไว้ด้วยแล้ว เป็นโชคที่ยิ่งใหญ่ดังนั้นฉันจึงถามเขาว่า “ทำไมเพื่อนของคุณทุกคนเข้าร่วมธุรกิจขายตรง?” เขาบอกฉันว่าเขาต้องการความช่วยเหลือ ผู้คนและต้องการที่จะสอน เรื่องนี้น่าสนใจฉันและฉันตัดสินใจที่จะทำการตรวจสอบบางอย่าง
ฉันไปประชุม บริษัท ต่าง ๆ หลายครั้งและพบว่าพวกเขากำลังสอนหลักการเดียวกันใจเดียวกันตั้งเหมือนกันทักษะทางธุรกิจที่มีทัศนคติเดียวกันฉัน ที่พ่อรวยสอนฉัน
ในหลาย ๆ ทางการขายตรงสำหรับฉันคือ วิธีการปฏิวัติเพื่อให้บรรลุความมั่งคั่ง และมันเป็นอุตสาหกรรมเดียวที่เข้ามาใกล้ คุณค่าที่พ่อรวยของฉันสอนฉันตั้งแต่เด็ก. นี่เป็นเพียงบางส่วนของค่ามากมายที่ประกอบอุตสาหกรรมขายตรงคืออะไร ทั้งหมดเกี่ยวกับอะไร.
วิธีที่ดีที่สุดในการก้าวไปข้างหน้า คือ การเป็นเจ้าของธุรกิจ
คุณค่าของการขายตรง ไม่มีการสอนในโรงเรียนธุรกิจแบบดั้งเดิม – ค่านิยม เช่น วิธีการสอนให้เรียนรู้ด้วยตัวเองและอื่น ๆ ว่าเป็นเจ้าของธุรกิจได้อย่างไร ให้โอกาสที่ดีที่สุดแก่คุณในการบรรลุเป้าหมาย เป้าหมายทางการเงินของคุณ แต่นำเข้ามากขึ้น มันทำให้คุณเป็นผู้รับผิดชอบโชคชะตาของตัวเอง
รากฐานทางการเงินที่แข็งแกร่ง กับ การศึกษาและการฝึกอบรม
เหตุผลใหญ่ที่ฉันสนับสนุนอุตสาหกรรมการขายตรง ฉันมีเพื่อนหลายคนในอุตสาหกรรมเป็นโรงเรียนธุรกิจจริงๆ ผู้คนมากกว่าโรงเรียนธุรกิจ ที่พาเด็กฉลาดและฝึกฝนพวกเขาไปกลายเป็นพนักงานของคนรวย ทางตรง อุตสาหกรรมการขายสอนการฝึกอบรมในชีวิตจริง คุณสามารถใช้ – ไม่ใช่ธุรกิจเชิงทฤษฎีสิ่งที่คุณเรียนในโรงเรียน
สร้างเครือข่าย ของพนักงานขาย; พยายามสอนให้อีกคนเลียนแบบทำซ้ำ
กุญแจสู่ความสำเร็จในธุรกิจคือ เรียนรู้วิธีการขายบางสิ่งไม่ใช่ครั้งเดียวแต่หลายครั้ง บริษัท ขายตรง สอนทักษะพื้นฐานของวิธีการเพื่อทำซ้ำความสำเร็จของคุณโดยอบรมให้คุณสอนคนอื่นที่มีใจเดียวกัน คนที่จะกลายเป็นอิสระทางการเงิน ระบบสนับสนุน เพื่อรับรองความสำเร็จของคุณ หากคุณสะดุดกำลังมีช่วงเวลาที่ยากลำบากเริ่มต้นและไม่มีระดับความสำเร็จที่คุณคาดไม่ถึง คุณไม่ต้องกังวลว่าจะถูกไล่ออก จากบริษัทขายตรงเพราะบริษัทเข้าใจค่อนข้างเต็มที่ว่าความสำเร็จของพวกเขาขึ้นอยู่กับความสำเร็จของคุณ บริษัทขายตรงส่วนใหญ่ดูแล แค่คิดว่าคุณเต็มใจมากแค่ไหน เรียนรู้เปลี่ยนแปลงและเติบโต พวกเขาขอแนะนำให้คุณมีความกล้าที่จะติดมันออกมาหนาและบางในขณะที่คุณเรียนรู้ที่จะเป็นเจ้าของธุรกิจ
รายได้ที่เข้ามาต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง – “ อิสรภาพทางการเงิน ”
ฉันบันทึกสิ่งที่ดีที่สุดไว้เป็นครั้งสุดท้าย ความงามของการขายตรงคือรายได้ที่ไม่ได้ตั้งใจหรืออย่างที่ฉัน เรียกว่า “อิสรภาพทางการเงิน” คุณจะได้รับสิ่งนั้นสักวันหนึ่งจะทำให้คุณเลิกได้ในที่สุด งานและการอุทิศตัว อย่างเต็มที่ 100 เปอร์เซ็นต์ของความพยายามของคุณต่อธุรกิจของคุณ มีรายได้เข้ามาตลอดเรื่อย ๆ คือ เงินเข้ามาโดยที่คุณไม่ต้องทำงานมัน. และเช่นเดียวกับเจ้าของธุรกิจเหล่านั้นใน “B” Quadrant ที่สามารถสร้างรายได้โดยไม่ต้อง ไม่ต้องไปทำงานเหมือนกัน รายได้ที่ได้รับจากธุรกิจขายตรงของคุณ ดังนั้นในสาระสำคัญโดยการเป็นเจ้าของของคุณเอง ธุรกิจขายตรงคุณสามารถเข้าร่วม“ B” ด้านธุรกิจของเจ้าสัว เช่น Bill Gates จาก Microsoft ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูง คนทำงานภายใต้เขาในการผลิต หารายได้ให้เขาไม่ว่าเขาจะมาทำงานหรือไม่.
การขายตรงเหมาะสมกับคุณหรือไม่ ถ้าใช่ แล้วมันก็จะกลับมาหาคุณเอง
อย่างที่ฉันได้กล่าวไปแล้วว่าวันนี้มีมากมาย วิธีสำหรับคนที่จะรวย และเช่นเดียวกับฉัน พ่อรวยพูดว่าวิธีที่ดีที่สุดที่จะรวยคือ เพื่อค้นหาวิธีที่ดีที่สุดสำหรับคุณ ถ้าคุณเป็นคนที่รักการช่วยเหลือผู้อื่น ฉันเชื่อว่าการขายตรงเป็นสิ่งที่เหมาะสม แต่มันก็ยังขึ้นอยู่กับว่าคุณต้องการอิสระหรือ ความปลอดภัย คุณต้องการความมั่นคงของงานและประโยชน์ที่จะได้รับ? หรือคุณต้องการที่จะบรรลุ อิสรภาพที่เป็นเจ้าของธุรกิจของคุณเอง ให้คุณ? สิ่งที่คุณตัดสินใจเข้าใจ มันจะต้องใช้เวลามากในการทำงานและความมุ่งมั่น ในส่วนของคุณที่จะเห็นมันผ่าน
ค่านิยมหลัก ที่ฉันได้อธิบายไว้ที่นี่คือ สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับคุณ เพื่อพิจารณาในการตัดสินใจว่าคุณจะเป็น ส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมขายตรง พ่อรวยของฉัน สอนฉันว่า ค่านิยมหลัก คือ สำคัญยิ่งกว่าเงิน และ วิธีที่คุณเลือกจะเป็นวิธีที่ตรงกับค่านิยมหลักอย่างลึกซึ้งภายในคุณ.
ดังนั้นฉันจึงขอย้ำอีกครั่้งว่า “ การขายตรงเป็น ธุรกิจที่สมบูรณ์แบบสำหรับคุณ?”
มันขึ้นอยู่กับคุณ!
กลอนอวยพร
Christmas Greetings Wishing you a prosperous New Year! Christmas Greetings
ขออวยพรให้ท่านจงเจริญรุ่งเรืองเฟื่องฟูตลอดปีใหม่
Merry Christmas and Happy New Year
ขออวยพรให้ท่านได้พบแต่สิ่งที่ดีๆ
Season’s Greetings– May love and laughter fill your life at Christmas and throughout the New Year.
เทศกาลแห่งการอวยพร ขออวยพรให้ความรัก และเสียงหัวเราะเติมเต็มชีวิตของคุณ ในวันคริสต์มาสตลอดไปถึงวันปีใหม่

อำนาจของความคิด
ความคิดนั้นมีอำนาจมหาศาล
เราคิดลบ เราคิดในแง่ร้าย เราย่อมเห็นโลกมืดมัว เมื่อเราเห็นโลกมืดมัว เราย่อมอยู่อย่างหวาดระแวง เมื่อเราใช้ชีวิตหวาดระแวง ไม่ไว้ใจตน ไม่ไว้วางใจผู้อื่น เราย่อมหาคนที่ไว้วางใจได้ยาก เราอาจอยู่อย่างเงียบเหงา เราอาจพบแต่เรื่องร้ายเกี่ยวกับความไว้เนื้อเชื่อใจ
เราคิดอย่างไรก็ได้อย่างนั้น
แต่ไม่ได้หมายถึงว่าเราคิดว่าเรารวย และเราจะรวยทันที การคิดว่ารวยนั้นแน่นอนว่า นำมาสู่การกระทำ และการวางเป้าหมาย ซึ่งจะทำให้เรารวยได้ในที่สุด แต่กลับกันหากเราไม่ทันสังเกตตนเองว่า มีความคิดอื่นที่ซ่อนอยู่ แม้ปากหรือใจจิตสำนึกบอกว่า “ฉันคิดว่าฉันรวย ทำไมไม่เห็นรวย” เราอาจ
ซ่อนความรู้สึกจนยากไว้ ความรู้สึกว่าฉันขาดแคลน ความคิดที่ยังบอกว่าตัวเองจนอยู่ ความคิดที่ซ่อนอยู่นี้แหละที่กำหนดการกระทำของเรา และทำให้เรายังจนอยู่ร่ำไป
หากเราสะกดจิตหรือโปรแกรมใจเราให้คิดว่า เรารวยโดยรู้เท่าทันความคิดที่ฉุดรั้งเราแล้ว เราจะพบว่าตัวเองร่ำรวยหรืออุดมสมบูรณ์อย่างไร และจะใช้ชีวิตอย่างไรให้มีทรัพย์สินเพียงพอ ขณะที่คนแบบแรก อาจจะใช้เงินฟุ่มเฟือยและกลับมาเผชิญความจริงที่ว่าเรายังคิดว่าตัวเองจนและขาดแคลนอยู่
เพราะนั้นยังคิดยากจน ใจนั้นยังมองตัวเองไม่มีพอ ไม่ดีพอ
เห็นขุมทรัพย์ในตนเอง
ผู้ร่ำรวยไม่ใช่ผู้กอบโกย หรือคนที่ไขว่คว้าสิ่งภายนอกอย่างไร้สิ้นสุด โดยไม่รู้จักเต็ม ผู้ร่ำรวยคือคนที่เห็นความอุดมสมบูรณ์ หรือความรุ่มรวยในตัวเอง หรือในชีวิตของตน
ตราบที่ผู้ลงทุนชีวิตจะต้องรู้จักทุนที่มีอยู่ ฉันใด ผู้จะประสบความสำเร็จในการใดใดย่อมต้องเห็นขุมทรัพย์ที่ตนเองมี ฉันนั้น
เราจะเดินตามเขา เดินตามเสียงหรือความคิดความเชื่อจากคนอื่น ยอมใจให้ถูกสะกดจิต ถูกชักนำเช่นสัตว์เชื่อง เมื่อเรารู้สึกยากจน รู้สึกขาดแคลน บกพร่อง และไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง
เราถูกสะกดจิตจากสิ่งเร้ารอบข้างที่จงใจชักนำเราได้ง่ายดาย เพราะขาดการตั้งคำถาม และขาดการเห็นขุมทรัพย์ที่ตัวเองมี
เช่นนี้แล้วเราต้องย้อนกลับมา ด้วยความเชื่อมั่นหรืออย่างน้อยสงสัยใคร่รู้ เราและชีวิตเรามีขุมทรัพย์หรือความรุ่มรวยอะไรอยู่บ้าง
ความร่ำรวย เรามักนิยามกันที่เงินทองหรือทรัพย์สิน ซึ่งเป็นเพียงความรวยด้านหนึ่ง หากเรามีเงินทองมาก แต่ขาดสิ่งที่สำคัญสำหรับชีวิตด้านอื่นๆ แล้ว เราก็คือผู้ยากจนอยู่นั่นเอง
สิ่งใดที่มีคุณค่าที่เราควรรักษาและเพิ่มพูนไว้ทั้งในตัวเรา และ ในชีวิตเรา นี่คือคำถามแรกที่สำคัญ ซึ่งเราอาจตอบได้มากมายมหาศาล
เช่นนี้แล้วคือความรุ่มรวยหรือความอุดมสมบูรณ์ที่เราอาจไม่แลเห็น
นี่คือทุนรอนของชีวิตเรา เราจะเพิ่มพูนหรือพัฒนาสิ่งที่มีอยู่แล้ว และเติมด้านอื่นที่ขาดไปได้อย่างไร นี่คือคำถามที่สอง
เราอาจมีเพื่อนดีอยู่มาก มีความสามารถ มีคนเกื้อหนุนมีวาจาไพเราะเอาใจเก่ง มีไหวพริบเอาตัวรอดได้ พอมีทรัพย์ที่หล่อเลี้ยงตนและครอบครัวพอดี มีใจที่ฝันใฝ่ แต่หากไร้สุขภาพที่แข็งแรง ทุนรอนชีวิตด้านอื่นๆ ก็พลอยถูกบั่นทอน
สุขภาพดีคือความร่ำรวยที่สำคัญ ซึ่งเราได้มาง่าย และ เสียไปง่าย แต่นำกลับมายากลำบาก
เราไม่ควรลืมว่าสิ่งล้ำค่าในชีวิตเราจริงๆ มีอะไรอยู่บ้าง สิ่งที่เราไขว่คว้า และบ้างตามเขา คือสิ่งล้ำค่าสำคัญจริงๆ หรือไม่
ก้าวเดินด้วยการลงมือทำ
นักสะกดจิตผู้ยิ่งใหญ่ ไม่เพียงคิด สะกดจิตตัวเอง และ ใช้ความรู้สึกอันทรงพลังในจิตใจตนเท่านั้น การสั่งจิตเพื่อพัฒนาชีวิตต้องควบคู่กับการลงมือทำเพื่อไปสู่เป้าหมาย
ครูอาจารย์ด้านนี้จึงไม่เพียงสอนผู้อื่น แต่จะลงมือทำอยู่เป็นนิจ ครูโยคะก็ไม่อาจสอนโยคะได้ หากเขาไม่เคยทำโยคะและไม่ฝึกปรืออยู่สม่ำเสมอ
เทคนิคการสั่งจิตตนเอง และการสั่งจิตคนอื่นให้เห็นผล ต้องเน้นย้ำที่การกระทำ มิใช่เพียงผลลัพธ์เท่านั้น
ถ้าเราต้องการสั่งจิตให้คนอื่นรู้สึกวางใจและเปิดรับความรักใหม่ เราไม่เพียงสั่งจิตเขาว่า “คุณเปิดรับความรักใหม่ วางใจให้ความรักนำทาง” แต่เรายังต้องสั่งจิตให้เขาระลึกถึง ช่วงเวลาก่อนความรักเก่าจะผลิบาน ให้เขาเห็นถึงการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ ในธรรมชาติ เห็นตนเองวางใจต่อตนและต่อชีวิต
ใช้ชีวิตและเข้าหาผู้อื่นอย่างเปิดรับ และเห็นตนเองมีความสุข ความสมหวังกับคนรักใหม่ เห็นอย่างเป็นรูปธรรม
หากเราต้องการร่ำรวยและประสบความสำเร็จ เราไม่เพียงสั่งจิตตนเองทุกเช้าว่า “ชีวิตของฉันจะร่ำรวยและประสบความสำเร็จ” เรายังต้องกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจนด้วยว่า ร่ำรวยอย่างไร ประสบความสำเร็จด้านใดบ้างและอย่างไร ทำอย่างไร สั่งจิตให้เป็นรูปธรรม และให้ตนนึกถึงวิธีการและการกระทำที่จะพาเราไปสู่เป้าหมาย
แบบฝึกหัดพลังคิด
เราลองตั้งกิจกรรมหนึ่งเพื่อสะกดจิตหรือบ่มเพาะความคิดความเชื่อที่จะเป็นแรงผลักดันชีวิตของเรา
ทางเลือกหนึ่ง เราอาจตั้งกิจกรรมพิเศษ กิจกรรมง่ายๆ ไม่ซับซ้อน แต่ท้าทายตัวเราระดับหนึ่ง ตัวอย่างเช่น การออกกำลังกาย การคุยกับเจ้านายให้มากขึ้น การทำจิตอาสาวันละหนึ่งครั้ง เป็นต้น ในช่วงก่อนลงมือทำ หรือระหว่าง หรือหลังจากลงมือทำ คิดลงในใจเพื่อสะกดจิตตนเองบ่มเพาะความคิด
ความเชื่อที่เราต้องการ
ทางเลือกที่สอง เราไม่จำเป็นต้องตั้งกิจกรรมใหม่ แต่ใช้กิจกรรมที่เราต้องทำอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว เช่น การอาบน้ำ การแปรงฟัน การสวดมนต์ก่อนนอน การเปิดดนตรีบรรเลง การกินข้าวเช้า เป็นต้น
การสะกดจิตตนเอง ก่อน – ระหว่าง – หลัง ควรเป็นคำสั่งจิตที่สอดคล้องกับกิจกรรมนั้นๆ เช่น การออกมาทำจิตอาสาเราอาจสั่งจิตตนเองว่า “ฉันมีคุณค่า ฉันเป็นที่ยอมรับและ ชื่นชม” หรือ “ฉันร่ำรวยน้ำใจ และมีสิ่งล้ำค่ามากพอในชีวิต”
เราเลือกเองว่าเราจะใช้ชีวิตวัยชราของเราอย่างไร หากชีวิตเราคือหนังสือเล่มหนึ่ง เราจะใช้ชีวิตแบบหนังสือที่เขียนดีอ่านสนุก แล้วน่าเหนื่อยหน่ายช่วงท้าย หรือสิ้นคิดตอนจบหรือไม่ หรือเราจะเลือกใช้วัยชราเราเยี่ยงหนังสือที่จะจบเล่มลงอย่างสมบูรณ์แบบ แฝงคุณค่าข้อคิด หรือสวยงาม
มิจำเป็นต้องเป็นคนมีอายุมาก คนที่สั่งสมความคิดลบ อารมณ์ร้าย ความลังเล ความสับสน ความกังวล ความทุกข์ใจ ความโกรธ ความชัง ความน้อยเนื้อต่ำใจ ความอิจฉา และ ความคิดความรู้สึกลบอื่นใด ไว้ในจิตใจ ร่างกายก็พลอยหม่นมัว ไร้ราศีงาม แลเป็นคนชราและป่วยไข้ ทั้งที่เลขอายุยังน้อย
ขณะคนที่แก่วัยแต่ใจยังสดสวย ผิวพรรณหย่อนคล้อยไปบ้าง แต่ยังงามให้เห็น รื่นเริงใจ ใช้ชีวิตมีคุณค่า ไม่บ่นท้อต่อสังขาร คนเหล่านี้ล้วนมีใจที่งาม เห็นคุณค่าในตน ไม่เก็บความคิดลบอารมณ์ร้ายใดใดไว้ในใจ เมล็ดพันธุ์สดสวยในจิตไร้สำนึกผลิเผยออกมาท้ากาลเวลา
ประการที่สอง นอกจากระวังไม่ให้ความคิดความเชื่อ ทำร้ายตัวเราและบั่นทอนสุขภาพจิตสุขภาพกายเราแล้ว เรายังต้องคิดสั่งจิตตนให้เห็นคุณของการดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง
แหล่งที่มา : จากนิตยสาร Best Self Magazine
สองคำถามที่ทรงพลังที่จะถามก่อนก้าวเข้าสู่ปีใหม่
โดย SARA FABIAN 11 ธ.ค. 2018
หยุดไตร่ตรองสิ่งที่ทำให้คุณภูมิใจและสิ่งที่เรียนรู้ซึ่งจะช่วยให้คุณก้าวไปข้างหน้าด้วยความกตัญญูและความสง่างาม
ถ้าคำอธิษฐานเดียวที่คุณเคยพูดคือขอบคุณนั่นก็เพียงพอแล้ว
– Eckhart Tolle
อีกปีหนึ่งก็เกือบจะผ่านไปด้วยดีและไม่ดีขึ้น ๆ ลง ๆ มันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตใช่มั้ย ถึงเวลาสำหรับปีใหม่เร็ว ๆ นี้เวลาที่พบเห็นได้ทั่วไปในการแปลความหวังความต้องการและความฝันของเราในการแก้ปัญหาปีใหม่ นั่นเป็นสิ่งที่ดีเพราะการมีส่วนร่วมและมุ่งมั่นรักษาวิสัยทัศน์เชิงบวกของสิ่งที่เราต้องการเพื่อให้บรรลุเราจึงก้าวไปข้างหน้า
พวกเขากล่าวว่าอนาคตเป็นของผู้ที่สามารถมองเห็นได้ ฉันเชื่อว่าเป็นจริง ความฝันที่ปราศจากการกระทำนั้นเป็นเพียงความฝัน อย่างไรก็ตามฉันมาที่นี่เพื่อเน้นความผิดพลาดที่ฉันเคยทำซ้ำหลายครั้งในอดีต ทุกครั้งที่ฉันก้าวเข้าสู่ปีใหม่ฉันมักจะกระโดดเพื่อทำแผนใหม่และตั้งเป้าหมายใหม่ให้กับตัวเองสิ่งที่ฉันพลาดคือต้องมองย้อนกลับไปที่ปีปัจจุบันว่าเป็นแพคเกจทั้งหมดที่รวมทุกอย่าง: ด้านที่สดใสของ ผลลัพธ์และความสำเร็จรวมถึงความล้มเหลว (ที่รับรู้บ่อย) การเรียนรู้ใหม่และพรที่เป็นไปได้ในการปลอมแปลง
นี่คือคำถามที่ทรงพลังสองข้อที่ฉันถามตัวเองทุกครั้งที่ก้าวเข้าสู่ปีใหม่:
ในฐานะอดีตผู้ยึดถืออุดมคติและผู้ประสบความสำเร็จมากฉันใช้เพื่อวางตัวและลดความสำเร็จของฉันราวกับว่า “มันไม่ได้มีอะไรมากพอหรือพิเศษ” หรือ “ใคร ๆ ก็สามารถทำได้” ฉันเคยบอกเล่าความสำเร็จของฉัน ไม่ว่าจะเป็นโชคชะตาหรือคนอื่น ๆ ที่ทำให้ฉันมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
เมื่อเราต้องดิ้นรนกับความต้องการอันน่าหงุดหงิดนี้เพื่อความสมบูรณ์แบบดูเหมือนจะไม่มีอะไรดีพอ เรามักจะมองหาสิ่งที่ต้องทำมากขึ้นรู้สึกมีความสุขและพึงพอใจและความจริงก็คือเราไม่เคยไปที่นั่นเพราะเราต้องการมากกว่านี้
วันนี้ฉันเรียนรู้ที่จะรับรู้และเฉลิมฉลองตัวเอง – เช่นเดียวกับที่ฉันเฉลิมฉลองผู้อื่น ฉันหยุดรับตัวเองหรือทำให้ตัวเองเล็กเพื่อให้คนอื่นรู้สึกดีรอบตัวฉัน นั่นไม่ใช่ความเห็นแก่ตัว แต่ยุติธรรม เช่นเดียวกับคนอื่น ๆ ฉันก็เป็นคนที่น่าชื่นชมความเห็นอกเห็นใจและความห่วงใยของฉัน นั่นไม่เกี่ยวกับอัตตาหรือการแสดงออก ทุกอย่างเกี่ยวกับการรู้ว่าในกรณีส่วนใหญ่มันเป็นการทำงานหนักและความพยายามอย่างมากที่อยู่เบื้องหลัง ‘โชค’ ของฉัน
ปี 2561 ความวุ่นวาย ฉันและสามีย้ายจากเม็กซิโกไปดูไบ เราต้องอาศัยอยู่ในบ้านสามหลังและโรงแรมหกแห่งที่แตกต่างกันพร้อมกระเป๋าเดินทางจำนวนมากที่จะแพ็คและแกะและปัญหาการบริหารและเน้นที่จะจัดการ ฉันไม่เคยรู้เลยว่าเราทั้งสองมีความยืดหยุ่นในการเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่ท้าทายและความสามารถของเราในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอย่างไร
หากคุณมีแนวโน้มที่จะรับตัวเองฉันขอเชิญคุณให้ไตร่ตรองในปีที่ผ่านมาโดยถามคำถามต่อไปนี้กับตัวเอง:
โปรดจำไว้ว่าคำตอบของคุณไม่จำเป็นต้องใหญ่เหมือนช่วยชีวิตใครบางคน ไม่ว่าเล็กแค่ไหนใส่มันลงในรายการของคุณ มันอาจเป็นทักษะใหม่ที่คุณได้รับการเปลี่ยนแปลงส่วนบุคคลการพัฒนานิสัยใหม่การย้ายเข้าไปในบ้านหลังใหม่การช่วยเหลือผู้อื่นหรือตัวคุณเองการออกจากเขตความสะดวกสบายของคุณหรือการเปลี่ยนแปลงที่มีผลกระทบเชิงบวกต่อชีวิตของคุณ ทำรายการทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับชีวิตส่วนตัวและอาชีพของคุณ
เมื่อคุณทำรายการเสร็จแล้วก็ถึงเวลาฉลอง ทำสิ่งที่พิเศษสำหรับตัวคุณเอง ปรนเปรอตัวคุณเองด้วยสิ่งที่คุณชอบ ซื้อสิ่งที่ดีให้ตัวเอง ปรนนิบัติตัวเองด้วยการนวด ทำทุกสิ่งที่ทำให้คุณรู้สึกดีเพราะคุณต้องการและเพราะคุณมีค่า
สองปีที่ผ่านมาฉันถูกวินิจฉัยว่าเป็น endometriosis ระยะที่ 4 ซึ่งมักจะมาพร้อมกับปัญหาการมีบุตรยาก ฉันผ่าตัดที่เกาหลีใต้ซึ่งประสบความสำเร็จ ศัลยแพทย์ทำงานกับร่างกายฉัน งานของฉันคือการทำงานเพื่อสุขภาพทางอารมณ์และจิตใจของฉันเพื่อเพลิดเพลินกับของขวัญที่สวยงามที่เรียกว่าชีวิต
ในชีวิตของฉัน ฉันเป็นคนสร้างกฎ
ทารกเป็นวิญญาณอิสระเกิดมาเพื่อเรียนรู้และเติบโตไม่ใช่วิญญาณที่ฉันมี ฉันไม่เคยคิดว่าจะมีลูกเพื่อให้รถถังของฉันเต็มไปด้วยความสุขและความสมหวัง ในทำนองเดียวกันฉันไม่เคยต้องการมีลูกเพื่อทำให้คนอื่นพอใจ (ทำให้พ่อแม่มีความสุข) หรือวางกล่องที่กำหนดโดยสังคมว่าบทบาทของผู้หญิงควรเป็นเช่นไร ฉันเชื่อว่าการไหลของชีวิตดังนั้นฉันจึงปล่อยให้มันตัดสินใจว่าฉันจะเป็นแม่หรือไม่
และที่นี่ฉันมีอายุสี่สิบปีตั้งครรภ์เป็นครั้งแรกและรอให้ลูกน้อยของเราเข้ามาในโลกนี้ในฤดูใบไม้ผลิปีหน้า มันมาพร้อมกับความสงสัยความตื่นเต้นอยากรู้อยากเห็นและความสุขมาก มันเป็นช่วงเวลาแห่งการเกิดใหม่
ฉันเลือกที่จะเชื่อฉันเลือกที่จะเชื่อว่าเราอาศัยอยู่ในจักรวาลที่สนับสนุนซึ่งทุกอย่างเกิดขึ้นเพื่อประโยชน์สูงสุดของเรา ฉันเรียนรู้ที่จะหยุดถามสิ่งที่ฉันต้องการและเริ่มขอสิ่งที่ฉันต้องการแทน ชีวิตต้องการให้ฉันเป็นแม่ – และสิ่งมีชีวิตที่บอบบางและละเอียดอ่อนของมนุษย์จะต้องการการสนับสนุนจากฉัน
ข้อเสียมันเป็นปีแห่งการสูญเสียโดยเจ้าพ่อที่รักของเราถูกฆ่าตายในอุบัติเหตุรถชน ฉันสามารถจำคำแนะนำที่เขาให้สามีของฉันและฉันในระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์ครั้งล่าสุดของเรา:“ ฉันใช้เวลา 40 ปีในชีวิตของฉันทำงานอยู่ที่ใดที่หนึ่งเสมออยากจะทำมากขึ้นและประสบความสำเร็จมากขึ้น ตอนนี้ฉันเกษียณแล้วในที่สุดฉันก็มีเวลา ฉันรู้ว่ามันไม่ได้เกี่ยวกับการทำให้ตัวเองยุ่ง บางครั้งเราต้องผ่อนคลายและเพลิดเพลินกับความสุขเล็ก ๆ ของชีวิต” การรับมือกับความสูญเสียเกิดขึ้นเหมือนกับการโทรปลุกที่ทำให้ฉันมีเหตุผล ฉันเกือบจะตกหลุมพรางของการฉายภาพชีวิตของฉันไปสู่อนาคตแห่งจินตนาการและขาดความเป็นจริงเพียงอย่างเดียวนั่นคือ: ที่นี่และเดี๋ยวนี้
ฉันเคยคิดเช่น “สักวันหนึ่งเมื่อฉันทำสิ่งนี้หรือได้รับฉันจะมีความสุข” แทนตอนนี้ฉันรู้สึกขอบคุณทุกสิ่งที่ฉันได้รับในชีวิต: ปาฏิหาริย์ของทารกที่เติบโตขึ้นภายในตัวฉัน ร่างกายและจิตใจที่แข็งแรงสามีที่รักและครอบครัวเพื่อนที่ดี (ไม่มาก แต่เป็นของจริง) บ้านที่ฉันอาศัยอยู่วันหยุดพักผ่อนที่ดีที่ฉันสามารถหาได้และสำหรับการทำงานที่ฉันรักและเชื่อในจักรวาลที่รัก ฉันพูดอย่างนี้ขอบคุณ
ทุกอย่างเป็นสิ่งที่ดีในโลกของฉัน ชีวิตรักฉันและฉันก็ปลอดภัย
– Louise Hay
อ่านเพิ่มเติมจาก Sara Fabian บนเว็บไซต์นี้บนหน้าผู้เขียนของเธอ The post Two Powerful Questions to Ask Before Stepping into a New Year appeared first on BEST SELF MAGAZINE.