





ปกป้องตนเองและคนรอบตัวโดยการหาข้อมูลและปฏิบัติตามข้อควรระวังที่เหมาะสม รวมถึงปฏิบัติตามคำแนะนำจากหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่
วิธีป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19
ล้างมือบ่อยๆ โดยใช้สบู่และน้ำ หรือเจลล้างมือที่มีส่วนผสมหลักเป็นแอลกอฮอล์
รักษาระยะห่างที่ปลอดภัยจากผู้ที่ไอหรือจาม
สวมหน้ากากอนามัยเมื่อเว้นระยะห่างไม่ได้
ไม่สัมผัสตา จมูก หรือปากปิดจมูกและปากด้วยข้อพับด้านในข้อศอกหรือกระดาษชำระ
เมื่อไอหรือจามเก็บตัวอยู่บ้านเมื่อรู้สึกไม่สบายหากมีไข้ ไอ และหายใจลำบาก
โปรดไปพบแพทย์โปรดติดต่อล่วงหน้าเพื่อที่ผู้ให้บริการด้านสุขภาพจะแนะนำให้คุณไปยังสถานพยาบาลที่ถูกต้องได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะช่วยปกป้องคุณ รวมถึงป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสและการติดเชื้ออื่นๆ
หน้ากากอนามัย
หน้ากากอนามัยช่วยป้องกันไม่ให้ผู้ที่สวมแพร่กระจายไวรัสไปยังผู้อื่น อย่างไรก็ตาม หน้ากากอนามัยเพียงอย่างเดียวป้องกันเชื้อโควิด-19 ไม่ได้ จึงควรรักษาระยะห่างและหมั่นทำความสะอาดของมือร่วมด้วย รวมถึงปฏิบัติตามคำแนะนำจากหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่















ปกป้องตนเองและคนรอบตัวโดยการหาข้อมูลและปฏิบัติตามข้อควรระวังที่เหมาะสม รวมถึงปฏิบัติตามคำแนะนำจากหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่
วิธีป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19
ล้างมือบ่อยๆ โดยใช้สบู่และน้ำ หรือเจลล้างมือที่มีส่วนผสมหลักเป็นแอลกอฮอล์
รักษาระยะห่างที่ปลอดภัยจากผู้ที่ไอหรือจาม
สวมหน้ากากอนามัยเมื่อเว้นระยะห่างไม่ได้
ไม่สัมผัสตา จมูก หรือปากปิดจมูกและปากด้วยข้อพับด้านในข้อศอกหรือกระดาษชำระ
เมื่อไอหรือจามเก็บตัวอยู่บ้านเมื่อรู้สึกไม่สบายหากมีไข้ ไอ และหายใจลำบาก
โปรดไปพบแพทย์โปรดติดต่อล่วงหน้าเพื่อที่ผู้ให้บริการด้านสุขภาพจะแนะนำให้คุณไปยังสถานพยาบาลที่ถูกต้องได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะช่วยปกป้องคุณ รวมถึงป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสและการติดเชื้ออื่นๆ
หน้ากากอนามัย
หน้ากากอนามัยช่วยป้องกันไม่ให้ผู้ที่สวมแพร่กระจายไวรัสไปยังผู้อื่น อย่างไรก็ตาม หน้ากากอนามัยเพียงอย่างเดียวป้องกันเชื้อโควิด-19 ไม่ได้ จึงควรรักษาระยะห่างและหมั่นทำความสะอาดของมือร่วมด้วย รวมถึงปฏิบัติตามคำแนะนำจากหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่



ทุกคนต้องการที่จะรวยหรืออย่างน้อยก็มีความปลอดภัยทางการเงิน อย่างไรก็ตามวันนี้ผู้คนมากขึ้นกำลังพบว่ามันยากกว่าที่จะรักษาหัวไว้เหนือน้ำทางการเงิน และจากจุดได้เปรียบของฉัน ฉันเห็นผู้คนจำนวนมากละทิ้งความหวังและความรู้สึกว่าการชนะลอตเตอรี่หรือการสืบทอดเป็นวิธีเดียวที่พวกเขาสามารถเป็นอิสระทางการเงิน
มีอีกวิธีหนึ่งในการก้าวไปข้างหน้าทางการเงิน ก่อนอื่นคุณต้องเรียนรู้ความแตกต่างระหว่างอิสรภาพทางการเงินและความมั่นคงทางการเงิน ฉันจะแบ่งปันกับคุณว่าคุณค่าหลักของคุณจะเป็นอย่างไรในท้ายที่สุด ตรวจสอบว่าการเริ่มต้นธุรกิจและในกรณีนี้ธุรกิจขายตรงเป็นตั๋วไปยังสิ่งที่ฉันเรียก “ อิสรภาพทางการเงิน ”
ธุรกิจขายตรง : ธุรกิจที่สมบูรณ์แบบ ?
มีอีกวิธีหนึ่งคือคนทั่วไป สามารถเพลิดเพลินกับประโยชน์ของความสำเร็จทางการเงิน ไม่มีความยุ่งยากที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจแบบดั้งเดิม : เริ่มขายตรงของคุณเอง ธุรกิจ แม้ว่าฉันจะไม่เข้าร่วม การขายตรงมีหลายเหตุผลว่าทำไมฉันคิดว่าการขายตรงเป็นธุรกิจที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ที่เต็มใจทำงานให้กับมัน
คุณค่าของการขายตรง คือ คุณค่าของคำสอนของ “ พ่อรวย ”
ตามที่เขียนในหนังสือของ The Business School: สำหรับคนที่ชอบช่วยเหลือผู้อื่น ถูกดึงดูดให้อุตสาหกรรมนี้เพราะส่วนใหญ่ บริษัท ต่าง ๆ กำลังสอนคุณค่าของพ่อรวยของฉันไม่ใช่พ่อที่ยากจน อย่างไรก็ตามฉันเป็น อย่างใกล้ชิดกับอุตสาหกรรมสำหรับหลาย ๆปี. ทัศนคติของฉันเปลี่ยนไปหนึ่งวันเมื่อ เพื่อนที่ดีของฉันกำลังมองหาที่จะเข้าอุตสาหกรรม. เพื่อนของฉันไว้ด้วยแล้ว เป็นโชคที่ยิ่งใหญ่ดังนั้นฉันจึงถามเขาว่า “ทำไมเพื่อนของคุณทุกคนเข้าร่วมธุรกิจขายตรง?” เขาบอกฉันว่าเขาต้องการความช่วยเหลือ ผู้คนและต้องการที่จะสอน เรื่องนี้น่าสนใจฉันและฉันตัดสินใจที่จะทำการตรวจสอบบางอย่าง
ฉันไปประชุม บริษัท ต่าง ๆ หลายครั้งและพบว่าพวกเขากำลังสอนหลักการเดียวกันใจเดียวกันตั้งเหมือนกันทักษะทางธุรกิจที่มีทัศนคติเดียวกันฉัน ที่พ่อรวยสอนฉัน
ในหลาย ๆ ทางการขายตรงสำหรับฉันคือ วิธีการปฏิวัติเพื่อให้บรรลุความมั่งคั่ง และมันเป็นอุตสาหกรรมเดียวที่เข้ามาใกล้ คุณค่าที่พ่อรวยของฉันสอนฉันตั้งแต่เด็ก. นี่เป็นเพียงบางส่วนของค่ามากมายที่ประกอบอุตสาหกรรมขายตรงคืออะไร ทั้งหมดเกี่ยวกับอะไร.
วิธีที่ดีที่สุดในการก้าวไปข้างหน้า คือ การเป็นเจ้าของธุรกิจ
คุณค่าของการขายตรง ไม่มีการสอนในโรงเรียนธุรกิจแบบดั้งเดิม – ค่านิยม เช่น วิธีการสอนให้เรียนรู้ด้วยตัวเองและอื่น ๆ ว่าเป็นเจ้าของธุรกิจได้อย่างไร ให้โอกาสที่ดีที่สุดแก่คุณในการบรรลุเป้าหมาย เป้าหมายทางการเงินของคุณ แต่นำเข้ามากขึ้น มันทำให้คุณเป็นผู้รับผิดชอบโชคชะตาของตัวเอง
รากฐานทางการเงินที่แข็งแกร่ง กับ การศึกษาและการฝึกอบรม
เหตุผลใหญ่ที่ฉันสนับสนุนอุตสาหกรรมการขายตรง ฉันมีเพื่อนหลายคนในอุตสาหกรรมเป็นโรงเรียนธุรกิจจริงๆ ผู้คนมากกว่าโรงเรียนธุรกิจ ที่พาเด็กฉลาดและฝึกฝนพวกเขาไปกลายเป็นพนักงานของคนรวย ทางตรง อุตสาหกรรมการขายสอนการฝึกอบรมในชีวิตจริง คุณสามารถใช้ – ไม่ใช่ธุรกิจเชิงทฤษฎีสิ่งที่คุณเรียนในโรงเรียน
สร้างเครือข่าย ของพนักงานขาย; พยายามสอนให้อีกคนเลียนแบบทำซ้ำ
กุญแจสู่ความสำเร็จในธุรกิจคือ เรียนรู้วิธีการขายบางสิ่งไม่ใช่ครั้งเดียวแต่หลายครั้ง บริษัท ขายตรง สอนทักษะพื้นฐานของวิธีการเพื่อทำซ้ำความสำเร็จของคุณโดยอบรมให้คุณสอนคนอื่นที่มีใจเดียวกัน คนที่จะกลายเป็นอิสระทางการเงิน ระบบสนับสนุน เพื่อรับรองความสำเร็จของคุณ หากคุณสะดุดกำลังมีช่วงเวลาที่ยากลำบากเริ่มต้นและไม่มีระดับความสำเร็จที่คุณคาดไม่ถึง คุณไม่ต้องกังวลว่าจะถูกไล่ออก จากบริษัทขายตรงเพราะบริษัทเข้าใจค่อนข้างเต็มที่ว่าความสำเร็จของพวกเขาขึ้นอยู่กับความสำเร็จของคุณ บริษัทขายตรงส่วนใหญ่ดูแล แค่คิดว่าคุณเต็มใจมากแค่ไหน เรียนรู้เปลี่ยนแปลงและเติบโต พวกเขาขอแนะนำให้คุณมีความกล้าที่จะติดมันออกมาหนาและบางในขณะที่คุณเรียนรู้ที่จะเป็นเจ้าของธุรกิจ
รายได้ที่เข้ามาต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง – “ อิสรภาพทางการเงิน ”
ฉันบันทึกสิ่งที่ดีที่สุดไว้เป็นครั้งสุดท้าย ความงามของการขายตรงคือรายได้ที่ไม่ได้ตั้งใจหรืออย่างที่ฉัน เรียกว่า “อิสรภาพทางการเงิน” คุณจะได้รับสิ่งนั้นสักวันหนึ่งจะทำให้คุณเลิกได้ในที่สุด งานและการอุทิศตัว อย่างเต็มที่ 100 เปอร์เซ็นต์ของความพยายามของคุณต่อธุรกิจของคุณ มีรายได้เข้ามาตลอดเรื่อย ๆ คือ เงินเข้ามาโดยที่คุณไม่ต้องทำงานมัน. และเช่นเดียวกับเจ้าของธุรกิจเหล่านั้นใน “B” Quadrant ที่สามารถสร้างรายได้โดยไม่ต้อง ไม่ต้องไปทำงานเหมือนกัน รายได้ที่ได้รับจากธุรกิจขายตรงของคุณ ดังนั้นในสาระสำคัญโดยการเป็นเจ้าของของคุณเอง ธุรกิจขายตรงคุณสามารถเข้าร่วม“ B” ด้านธุรกิจของเจ้าสัว เช่น Bill Gates จาก Microsoft ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูง คนทำงานภายใต้เขาในการผลิต หารายได้ให้เขาไม่ว่าเขาจะมาทำงานหรือไม่.
การขายตรงเหมาะสมกับคุณหรือไม่ ถ้าใช่ แล้วมันก็จะกลับมาหาคุณเอง
อย่างที่ฉันได้กล่าวไปแล้วว่าวันนี้มีมากมาย วิธีสำหรับคนที่จะรวย และเช่นเดียวกับฉัน พ่อรวยพูดว่าวิธีที่ดีที่สุดที่จะรวยคือ เพื่อค้นหาวิธีที่ดีที่สุดสำหรับคุณ ถ้าคุณเป็นคนที่รักการช่วยเหลือผู้อื่น ฉันเชื่อว่าการขายตรงเป็นสิ่งที่เหมาะสม แต่มันก็ยังขึ้นอยู่กับว่าคุณต้องการอิสระหรือ ความปลอดภัย คุณต้องการความมั่นคงของงานและประโยชน์ที่จะได้รับ? หรือคุณต้องการที่จะบรรลุ อิสรภาพที่เป็นเจ้าของธุรกิจของคุณเอง ให้คุณ? สิ่งที่คุณตัดสินใจเข้าใจ มันจะต้องใช้เวลามากในการทำงานและความมุ่งมั่น ในส่วนของคุณที่จะเห็นมันผ่าน
ค่านิยมหลัก ที่ฉันได้อธิบายไว้ที่นี่คือ สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับคุณ เพื่อพิจารณาในการตัดสินใจว่าคุณจะเป็น ส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมขายตรง พ่อรวยของฉัน สอนฉันว่า ค่านิยมหลัก คือ สำคัญยิ่งกว่าเงิน และ วิธีที่คุณเลือกจะเป็นวิธีที่ตรงกับค่านิยมหลักอย่างลึกซึ้งภายในคุณ.
ดังนั้นฉันจึงขอย้ำอีกครั่้งว่า “ การขายตรงเป็น ธุรกิจที่สมบูรณ์แบบสำหรับคุณ?”
มันขึ้นอยู่กับคุณ!

อำนาจของความคิด
ความคิดนั้นมีอำนาจมหาศาล
เราคิดลบ เราคิดในแง่ร้าย เราย่อมเห็นโลกมืดมัว เมื่อเราเห็นโลกมืดมัว เราย่อมอยู่อย่างหวาดระแวง เมื่อเราใช้ชีวิตหวาดระแวง ไม่ไว้ใจตน ไม่ไว้วางใจผู้อื่น เราย่อมหาคนที่ไว้วางใจได้ยาก เราอาจอยู่อย่างเงียบเหงา เราอาจพบแต่เรื่องร้ายเกี่ยวกับความไว้เนื้อเชื่อใจ
เราคิดอย่างไรก็ได้อย่างนั้น
แต่ไม่ได้หมายถึงว่าเราคิดว่าเรารวย และเราจะรวยทันที การคิดว่ารวยนั้นแน่นอนว่า นำมาสู่การกระทำ และการวางเป้าหมาย ซึ่งจะทำให้เรารวยได้ในที่สุด แต่กลับกันหากเราไม่ทันสังเกตตนเองว่า มีความคิดอื่นที่ซ่อนอยู่ แม้ปากหรือใจจิตสำนึกบอกว่า “ฉันคิดว่าฉันรวย ทำไมไม่เห็นรวย” เราอาจ
ซ่อนความรู้สึกจนยากไว้ ความรู้สึกว่าฉันขาดแคลน ความคิดที่ยังบอกว่าตัวเองจนอยู่ ความคิดที่ซ่อนอยู่นี้แหละที่กำหนดการกระทำของเรา และทำให้เรายังจนอยู่ร่ำไป
หากเราสะกดจิตหรือโปรแกรมใจเราให้คิดว่า เรารวยโดยรู้เท่าทันความคิดที่ฉุดรั้งเราแล้ว เราจะพบว่าตัวเองร่ำรวยหรืออุดมสมบูรณ์อย่างไร และจะใช้ชีวิตอย่างไรให้มีทรัพย์สินเพียงพอ ขณะที่คนแบบแรก อาจจะใช้เงินฟุ่มเฟือยและกลับมาเผชิญความจริงที่ว่าเรายังคิดว่าตัวเองจนและขาดแคลนอยู่
เพราะนั้นยังคิดยากจน ใจนั้นยังมองตัวเองไม่มีพอ ไม่ดีพอ
เห็นขุมทรัพย์ในตนเอง
ผู้ร่ำรวยไม่ใช่ผู้กอบโกย หรือคนที่ไขว่คว้าสิ่งภายนอกอย่างไร้สิ้นสุด โดยไม่รู้จักเต็ม ผู้ร่ำรวยคือคนที่เห็นความอุดมสมบูรณ์ หรือความรุ่มรวยในตัวเอง หรือในชีวิตของตน
ตราบที่ผู้ลงทุนชีวิตจะต้องรู้จักทุนที่มีอยู่ ฉันใด ผู้จะประสบความสำเร็จในการใดใดย่อมต้องเห็นขุมทรัพย์ที่ตนเองมี ฉันนั้น
เราจะเดินตามเขา เดินตามเสียงหรือความคิดความเชื่อจากคนอื่น ยอมใจให้ถูกสะกดจิต ถูกชักนำเช่นสัตว์เชื่อง เมื่อเรารู้สึกยากจน รู้สึกขาดแคลน บกพร่อง และไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง
เราถูกสะกดจิตจากสิ่งเร้ารอบข้างที่จงใจชักนำเราได้ง่ายดาย เพราะขาดการตั้งคำถาม และขาดการเห็นขุมทรัพย์ที่ตัวเองมี
เช่นนี้แล้วเราต้องย้อนกลับมา ด้วยความเชื่อมั่นหรืออย่างน้อยสงสัยใคร่รู้ เราและชีวิตเรามีขุมทรัพย์หรือความรุ่มรวยอะไรอยู่บ้าง
ความร่ำรวย เรามักนิยามกันที่เงินทองหรือทรัพย์สิน ซึ่งเป็นเพียงความรวยด้านหนึ่ง หากเรามีเงินทองมาก แต่ขาดสิ่งที่สำคัญสำหรับชีวิตด้านอื่นๆ แล้ว เราก็คือผู้ยากจนอยู่นั่นเอง
สิ่งใดที่มีคุณค่าที่เราควรรักษาและเพิ่มพูนไว้ทั้งในตัวเรา และ ในชีวิตเรา นี่คือคำถามแรกที่สำคัญ ซึ่งเราอาจตอบได้มากมายมหาศาล
เช่นนี้แล้วคือความรุ่มรวยหรือความอุดมสมบูรณ์ที่เราอาจไม่แลเห็น
นี่คือทุนรอนของชีวิตเรา เราจะเพิ่มพูนหรือพัฒนาสิ่งที่มีอยู่แล้ว และเติมด้านอื่นที่ขาดไปได้อย่างไร นี่คือคำถามที่สอง
เราอาจมีเพื่อนดีอยู่มาก มีความสามารถ มีคนเกื้อหนุนมีวาจาไพเราะเอาใจเก่ง มีไหวพริบเอาตัวรอดได้ พอมีทรัพย์ที่หล่อเลี้ยงตนและครอบครัวพอดี มีใจที่ฝันใฝ่ แต่หากไร้สุขภาพที่แข็งแรง ทุนรอนชีวิตด้านอื่นๆ ก็พลอยถูกบั่นทอน
สุขภาพดีคือความร่ำรวยที่สำคัญ ซึ่งเราได้มาง่าย และ เสียไปง่าย แต่นำกลับมายากลำบาก
เราไม่ควรลืมว่าสิ่งล้ำค่าในชีวิตเราจริงๆ มีอะไรอยู่บ้าง สิ่งที่เราไขว่คว้า และบ้างตามเขา คือสิ่งล้ำค่าสำคัญจริงๆ หรือไม่
ก้าวเดินด้วยการลงมือทำ
นักสะกดจิตผู้ยิ่งใหญ่ ไม่เพียงคิด สะกดจิตตัวเอง และ ใช้ความรู้สึกอันทรงพลังในจิตใจตนเท่านั้น การสั่งจิตเพื่อพัฒนาชีวิตต้องควบคู่กับการลงมือทำเพื่อไปสู่เป้าหมาย
ครูอาจารย์ด้านนี้จึงไม่เพียงสอนผู้อื่น แต่จะลงมือทำอยู่เป็นนิจ ครูโยคะก็ไม่อาจสอนโยคะได้ หากเขาไม่เคยทำโยคะและไม่ฝึกปรืออยู่สม่ำเสมอ
เทคนิคการสั่งจิตตนเอง และการสั่งจิตคนอื่นให้เห็นผล ต้องเน้นย้ำที่การกระทำ มิใช่เพียงผลลัพธ์เท่านั้น
ถ้าเราต้องการสั่งจิตให้คนอื่นรู้สึกวางใจและเปิดรับความรักใหม่ เราไม่เพียงสั่งจิตเขาว่า “คุณเปิดรับความรักใหม่ วางใจให้ความรักนำทาง” แต่เรายังต้องสั่งจิตให้เขาระลึกถึง ช่วงเวลาก่อนความรักเก่าจะผลิบาน ให้เขาเห็นถึงการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ ในธรรมชาติ เห็นตนเองวางใจต่อตนและต่อชีวิต
ใช้ชีวิตและเข้าหาผู้อื่นอย่างเปิดรับ และเห็นตนเองมีความสุข ความสมหวังกับคนรักใหม่ เห็นอย่างเป็นรูปธรรม
หากเราต้องการร่ำรวยและประสบความสำเร็จ เราไม่เพียงสั่งจิตตนเองทุกเช้าว่า “ชีวิตของฉันจะร่ำรวยและประสบความสำเร็จ” เรายังต้องกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจนด้วยว่า ร่ำรวยอย่างไร ประสบความสำเร็จด้านใดบ้างและอย่างไร ทำอย่างไร สั่งจิตให้เป็นรูปธรรม และให้ตนนึกถึงวิธีการและการกระทำที่จะพาเราไปสู่เป้าหมาย
แบบฝึกหัดพลังคิด
เราลองตั้งกิจกรรมหนึ่งเพื่อสะกดจิตหรือบ่มเพาะความคิดความเชื่อที่จะเป็นแรงผลักดันชีวิตของเรา
ทางเลือกหนึ่ง เราอาจตั้งกิจกรรมพิเศษ กิจกรรมง่ายๆ ไม่ซับซ้อน แต่ท้าทายตัวเราระดับหนึ่ง ตัวอย่างเช่น การออกกำลังกาย การคุยกับเจ้านายให้มากขึ้น การทำจิตอาสาวันละหนึ่งครั้ง เป็นต้น ในช่วงก่อนลงมือทำ หรือระหว่าง หรือหลังจากลงมือทำ คิดลงในใจเพื่อสะกดจิตตนเองบ่มเพาะความคิด
ความเชื่อที่เราต้องการ
ทางเลือกที่สอง เราไม่จำเป็นต้องตั้งกิจกรรมใหม่ แต่ใช้กิจกรรมที่เราต้องทำอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว เช่น การอาบน้ำ การแปรงฟัน การสวดมนต์ก่อนนอน การเปิดดนตรีบรรเลง การกินข้าวเช้า เป็นต้น
การสะกดจิตตนเอง ก่อน – ระหว่าง – หลัง ควรเป็นคำสั่งจิตที่สอดคล้องกับกิจกรรมนั้นๆ เช่น การออกมาทำจิตอาสาเราอาจสั่งจิตตนเองว่า “ฉันมีคุณค่า ฉันเป็นที่ยอมรับและ ชื่นชม” หรือ “ฉันร่ำรวยน้ำใจ และมีสิ่งล้ำค่ามากพอในชีวิต”
เราเลือกเองว่าเราจะใช้ชีวิตวัยชราของเราอย่างไร หากชีวิตเราคือหนังสือเล่มหนึ่ง เราจะใช้ชีวิตแบบหนังสือที่เขียนดีอ่านสนุก แล้วน่าเหนื่อยหน่ายช่วงท้าย หรือสิ้นคิดตอนจบหรือไม่ หรือเราจะเลือกใช้วัยชราเราเยี่ยงหนังสือที่จะจบเล่มลงอย่างสมบูรณ์แบบ แฝงคุณค่าข้อคิด หรือสวยงาม
มิจำเป็นต้องเป็นคนมีอายุมาก คนที่สั่งสมความคิดลบ อารมณ์ร้าย ความลังเล ความสับสน ความกังวล ความทุกข์ใจ ความโกรธ ความชัง ความน้อยเนื้อต่ำใจ ความอิจฉา และ ความคิดความรู้สึกลบอื่นใด ไว้ในจิตใจ ร่างกายก็พลอยหม่นมัว ไร้ราศีงาม แลเป็นคนชราและป่วยไข้ ทั้งที่เลขอายุยังน้อย
ขณะคนที่แก่วัยแต่ใจยังสดสวย ผิวพรรณหย่อนคล้อยไปบ้าง แต่ยังงามให้เห็น รื่นเริงใจ ใช้ชีวิตมีคุณค่า ไม่บ่นท้อต่อสังขาร คนเหล่านี้ล้วนมีใจที่งาม เห็นคุณค่าในตน ไม่เก็บความคิดลบอารมณ์ร้ายใดใดไว้ในใจ เมล็ดพันธุ์สดสวยในจิตไร้สำนึกผลิเผยออกมาท้ากาลเวลา
ประการที่สอง นอกจากระวังไม่ให้ความคิดความเชื่อ ทำร้ายตัวเราและบั่นทอนสุขภาพจิตสุขภาพกายเราแล้ว เรายังต้องคิดสั่งจิตตนให้เห็นคุณของการดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง
OUR REF. : ThepThara 1911-09 Thai Farmer Projects
Cc : To whom may be concerned
โครงการเกษตร ชีวะภาพ สำหรับ บริการ ลูกค้า ที่เป็น เกษตรกรไทยฯ
ตามที่บริษัทฯได้เข้าไปบริการท่านลูกค้าต่างๆ ท่านเคยพูดคุย และ ปรึกษา กับผม ว่า สถานะ การณ์ทางด้านราคาน้ำมันและวัตถุดิบโลกในปัจจุบัน มีความผันผวนมาก ซึ่งก่อผลกระทบต่อธุรกิจอุตสาหกรรมการผลิตรถเกี่ยวของท่านโดยรวม ปัจจุบันธุรกิจหลายประเภท รวมทั้งของบริษัทฯเองเริ่มได้รับผลกระทบจากสภาวะขาดแคลนวัตถุดิบแทบทั้งสิ้น
ผมมีความเห็นว่าท่านมีโอกาสดีเป็นอย่างมากที่ ประชากรของไทยเรา เป็นเกษตรกรเป็นส่วนใหญ่ จึงใคร่ขอแนะนำท่านเกี่ยวกับระบบการทำเกษตรชีวะภาพ ที่ไม่ต้องพึ่งพาวัตถุดิบจากต่างประเทศมากนัก ทางบริษัทฯมี Technology Know-how ระบบทำการเกษตรธรรมชาติ หรือ เกษตรชีวะภาพ ที่เกษตรกรที่เป็นลูกค้าของไทยฯ สามารถนำไปประยุกค์ใช้งานได้ดีกับการทำงานของตัวเอง หรือ เอาไปต่อยอดให้ออกดอกออกผล ได้ ทั้งยังเป็นการเพิ่มมูลค่าการผลิตจากของที่เหลือใช้จากผลผลิตของตนเอง
ตัวอย่างงานโครงการทำธุรกิจการเกษตร และ อาหาร ที่น่าสนใจสำหรับท่าน เช่น :-
2. การเพาะเลี้ยง หรือ ต่อ หัวเชื้อจุลินทรีย์บริสุทธิ์ (Pure Innoculum หรือ Starter) สำหรับทำอุตสาหกรรมอาหาร เช่น
4. การทำโปรตีนเกษตร เช่น
5. การผลิตแอลกอฮอล์ทางอุตสาหกรรม โดยเทคนิคการหมักแบบ Fed-batch สำหรับนำไปป้อนการใช้งานทางด้านอุตสาหกรรม เช่น
a. การน้ำมันทดแทนน้ำมันเบนซิน (แก็สโซฮอล์)
b. เครื่องดื่ม ที่มีแอลกอฮอล์ เป็นต้น
a. เต้าฮ่วย วัตถุดิบ คือ นมถั่วเหลือง (Soya Milk) + ดีเกลือ(Magnesium Sulfate)
b. เต้าหู้ก้อน วัตถุดิบ คือ นมถั่วเหลือง (Soya Milk) + หินอ่อน เจี๊ยะกอ (Calsium Sulfate)
c. เต้าหู้ญี่ปุ่น วัตถุดิบ คือ นมถั่วเหลือง (Soya Milk) + GDL (Glucono Delta Lactone) เป็นต้น
a. แยมวุ้นน้ำมะพร้าว(Nata De Coco Jam) นำไปส่งเข้าโรงงาน Ducth Mill, Foremost, Nestles หรือBetagent ฯลฯ
b. ทำ Nata De Coco in 20% Brix syryp อัดกระป๋องส่งออก ไปญี่ปุ่น (ทุกๆปีจะมีคนญี่ปุ่นเข้ามากว้านซื้อ เพราะถือว่าเป็นอาหารสุขภาพ พัฒนามาจาก”เห็ดรัสเซีย” เป็นต้น
สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ทางบริษัทฯ ยินดีให้คำปรึกษา และ บริการ
(1) ตัวอย่างการสัมมนา เรื่องการผลิตแอลกอฮอล์ทางอุตสาหกรรม ( ได้จากการหมักวัตถุดิบการเกษตรที่เหลือใช้ เช่น ข้าว และ น้ำตาล เป็นต้น )
(2) ตัวอย่างการผลิต เต้าหู้กล่อง (เต้าหู้ญี่ปุ่น) โดยการใช้เครื่องผลิตอัตโนมัติ รุ่น NKS-TM 101 ที่เคยมาสาธิตให้ ม.เกษตร เครื่องต้นแบบ รุ่นนี้สามารถสั่งทำได้จากประเทศ ญี่ปุ่น หรือ ก็อปปี้ลอกแบบมาเลยก็ได้
(3.1) ตัวอย่างการผลิต Nata De Coco Jells เพื่อการป้อนโรงงานอุตสาหกรรมอาหาร หรือ เพื่อการส่งออก
(3.2) การแปรรูป Nata De Coco in 20 % , 40 % Brix Syrup และ Nata De Coco Jams ชนิดต่างๆ
(4) ตัวอย่างการบรรจุปุ๋ยน้ำ
(5) ตัวอย่างการทำปุ๋ยเม็ด
(6) ตัวอย่างการผลิต เครื่องจักรกลการเกษตร ( Agricultural Machines )
(7) การหีบน้ำมันไบโอดีเซล Biodiesel Press Project
สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ทางบริษัทฯ ยินดีให้คำปรึกษา และ บริการ

|
|
|
|

|
|
|
|







เข้าใจขันธ์ห้า
คำถามยอดฮิตของมนุษย์คือ เมื่อตายแล้ว จะไปไหน จะตอบคำถามนี้ได้ จำเป็นต้องทำาความเข้าใจเรื่องขันธ์ห้าอันเป็นองค์ประกอบที่สร้างร่างกายและจิตใจของมนุษย์เสียก่อน เพื่อจะได้รู้ว่า ส่วนไหนของก้อนชีวิตนี้จะถูกทิ้งไว้บนโลกนี้ และ ส่วนไหนจะต้องเดินทางกลับเข้าสู่ถนนวงแหวนต่อไป
พระพุทธเจ้าบอกว่า ร่างกายจิตใจของมนุษย์ประกอบ ไปด้วยธาตุธรรมชาติห้ากลุ่มที่มาอยู่รวมกันและทำางานร่วมกัน เรียกขันธ์ห้า มี รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ คือ มีส่วนของตัวกายที่หล่อๆสวยๆ และส่วนจิตใจที่มองไม่เห็น แต่มีอยู่
เรามาทำความรู้จักสองขันธ์พื้นฐานก่อน คือ เรามี ตัวกาย (ร้ปขันธ์) และตัวใจ (วิญญาณขันธ์)
ตัวกายหรือเปลือกของเราต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับ เหตุการณ์ในโลกภายนอก เช่น ตื่นขึ้นมาก็ต้องเกี่ยวข้องกับคนในครอบครัว ออกไปข้างนอก ก็เกี่ยวข้องกับคนเดินถนน คนขายของ ไปทำางาน ก็ต้องยุ่งเกี่ยวกับเพื่อนร่วมงาน ซึ่งมีทั้งเหตุการณ์บวกและลบ เหตุการณ์เหล่านี้จึงเหมือนข้อม้ลหลากหลายของชีวิตประจำวันที่มาในรูปของ ภาพ เสียง กลิ่น รส สัมผัส ที่ต้องเดินผ่านสะพาน ตา หู จมูก ลิ้น กาย เข้ามาในโลกภายใน เพื่อรายงานต่อตัวใจ ซึ่งเป็นตัวจริงของเรา เมื่อเดินทางเข้ามาในโลกของใจแล้ว ข้อม้ลเหล่านั้นก็เปลี่ยนจากรูปเป็นนาม จึงกลายเป็น ความจำ (สัญญาขันธ์) ความคิด (สังขารขันธ์) และความรู้สึก (เวทนาขันธ์) เมื่อนำสามขันธ์นี้มารวมกัน ก็กลายเป็น “จิต” ของมนุษย์ ซึ่งก็ยังเก็บข้อมูล (data) ของเหตุการณ์ต่างๆจากโลกภายนอก เมื่อจิตมาปะทะตัวใจ จึงเกิดสภาวะที่เรียก จิตใจ ซึ่งมาจาก จิต+(ตัว)ใจ ดังภาพที่เห็นข้างล่าง
แทนที่จะเรียกแยกเป็น ความคิด ความจำ ความรู้สึก หรือ “จิต” ซึ่งเป็นคำที่ถูกใช้อย่างกำกวม คือถูกใช้เป็น ประธานบ้าง เป็นกรรมบ้าง จึงตั้งศัพท์ใหม่เพื่อให้ง่าย ต่อการสื่อสารและเข้าใจ โดยแทนนามขันธ์ทั้งสามนี้ด้วย คำว่า “เจอรี่” หรือ “หนูเจอรี่” โดยสภาวะแล้ว เจอรี่ก็คือ เสียงที่พูดในหัว จินตภาพที่เห็นในหัว พร้อมทั้งความรู้สึกในใจที่มนุษย์ทุกคนคุ้นเคย ฉะนั้น จะได้สมการเช่นนี้
ภาพ เสียง กลิ่น รส สัมผัส = ความคิด ความจำ ความรู้สึก (จิตหรือเจอรี่)
เจอรี่ภายนอกห้าตัว = เจอรี่ภายในสามตัว
รูป = นาม
เนื่องจากจิตหรือเจอรี่เป็นพลังงาน (นาม) หนูทั้งสามตัวนี้จึงสามารถกระจายออกลูกหลานเป็นกองทัพของหนูเจอรี่ที่สามารถถล่มตัวใจของเราจนเจ็บปวด โดยสภาวะ คือ อาการคิดมาก ฟู้งซ่าน คิดวนเวียน คิดซ้ำซาก นั่นเอง
ศัตรูสามตัว
เจอรี่ขาวและเจอรี่ดำ คือจุดเริ่มต้นของปัญหาชีวิตที่ทำ ให้มนุษย์สร้าง กรรมขาว กรรมดำ หรือ ทำบุญ ทำบาป เรื่องบุญ หรือ กรรมขาว ยังไม่ต้องพูดถึง เพราะไม่ได้เป็นปัญหามากเท่ากับกรรมดำอันเป็นผลพวงของเจอรี่ตัวดำ หรือ ความคิดฝ่ายลบนั่นเอง
ตัวใจของมนุษย์ทุกคนซึ่งเปรียบเหมือน แมวทอม ล้วนมีศัตรูสามตัวที่กำลังทำร้ายตัวใจของเราอยู่ภายในทั้งสิ้น ทุกครั้งที่คิดและรู้สึกในเรื่องที่ไม่พึงประสงค์และเจ็บปวด ก็เปรียบเหมือนหนูทั้งสามตัวกำลังเอาของมีคมมาทิ่มแทง มาเฉาะ มาสับตัวใจของเราอย่างสนุกสนาน ตัวใจของมนุษย์ล้วนถูกศัตรูสามตัวนี้รุกระทืบ ถล่มอยู่เสมอ เพราะตัวใจเป็นตัวจริง เมื่อถูกศัตรูทำร้ายเช่นนี้ จึงเจ็บปวดมากกว่า ปัญหาจิตใจจึงเป็นปัญหาที่หนักหน่วงอันตรายมากกว่าความเจ็บของตัวกายซึ่งเป็นเปลือก
มรณัง จุติ
การตายของตัวกายซึ่งเป็นตัวปลอม เรียก มรณัง เวลาไปงานศพ จะเห็นภาพคนตาย ใต้ภาพจะเขียนว่าชาตะหรือเกิดวันที่เท่าไร และมรณังหรือตายวันที่เท่าไร นั่นเป็นการตายของตัวกาย (รูปขันธ์) ซึ่งทำจากดิน น้ำ ลม ไฟ เมื่อตัวกายหยุดทำางาน ธาตุเหล่านี้ก็จะกลับคืนสู่ธรรมชาติเหมือนเดิม ถูกทิ้งไว้บนโลกนี้ แต่ตัวใจซึ่งเป็นตัวจริงของเราจะต้องเดินทางต่อไป การเดินทางของตัวใจนี้จะพ่วงเอาจิตหรือเจอรี่ที่ได้เก็บข้อมูลการกระทำหรือข้อมูลกรรมของเราไปด้วย นั่นคือ จิตกับใจ หรือ ทอมกับเจอรี่ รวมทั้งหมดสี่ขันธ์จะเดินทางไปทั้งยวง จิตหรือเจอรี่ จะเป็นตัวกำหนดว่าเราจะไปที่ดี (สุคติภูมิ) หรือ จะไปที่ไม่ดี (ทุคติภูมิ)
คนที่ได้ทำกรรมดีมามาก ย่อมสะสมเจอรี่ขาว มาก ก็จะเอาข้อมูลกรรมที่ดีๆติดตัวไป
แต่คนที่ทำากรรมดำมามาก ทำกรรมขาวน้อย ย่อมสะสมเจอรี่ดำไว้มาก ก็จะเอาข้อมูลกรรมที่ดำๆติดตัวไปทั้งยวงเช่นกัน
เจอรี่ทั้งดำและขาว (กรรมดำ กรรมขาว บาป บุญ) จึงเป็นเหมือน “หนังสือเดินทางพร้อมวีซ่า” ที่เบิกทางให้ตัวใจไปสู่ทุคติภูมิ หรือ สุคติภูมิ การกระทำต่างๆตั้งแต่ กายกรรม วจีกรรม และกายกรรม ที่เราได้ทำบนโลกนี้ในขณะที่มีชีวิตอยู่นั้นเปรียบเหมือนเรากำลังไปขอวีซ่าเพื่ออนุญาตให้เราไปอยู่ในภพภูมินั้นๆที่เราเลือกจะไป อยากขอวีซ่าไปสุคติภูมิ ก็ต้องรักษาศีลห้า ทำบุญ ให้ทาน มีเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ทำดีทั้งต่อหน้าและลับหลังคน กฏแห่งกรรมก็จะสแตมพ์วีซ่า ให้ไปสุคติภูมิ หากใครอยากไปทุคติภูมิ ก็ทำได้โดยผิดศีลทุก ข้อเป็นอาจิณ อะไรเลวๆ ทำให้หมด โลภ โกรธ เกลียด อิจฉา โกง กิน(บ้านกินเมือง) ทุจริตทั้งทางตรงและทางอ้อม ทำบุญแบบผักชีโรยหน้า ใครที่ทำเช่นนี้ได้ กฏแห่งกรรมก็จะสแตมพ์ให้ไปทุคติภูมิ นี่เป็นทางเลือกทีอิสระเสรีของมนุษย์บนโลกนี้ทุกคนว่า อยากจะขอวีซ่าไปอยู่ภพภูมิไหนหลังจากตายแล้ว ก็ต้องทำกรรมไปตามเหตุปัจจัยเพื่อจะได้ไปอยู่สถานที่นั้นๆ ตามที่เราต้องการ โลกมนุษย์เป็นสถานที่ของการสร้างกรรม ที่จะตกแต่งบ้านในอนาคตหลังจากที่ตัวปลอมมรณังแล้ว ตัวใจ(ตัวจริง)ก็จะจุติและอุปบัติไปอยู่ สถานที่ใหม่ตามวีซ่าที่ได้ขอไว้แล้ว และต้องอยู่จนกว่าจะหมดอายุขัยของภพภูมินั้นๆ เมื่อวีซ่าออกให้แล้ว ก็ถอนไม่ได้อีก จำเป็นต้องไปอยู่ใช้กรรม จนกว่าจะหมดอายุขัย นี่คือภาพกว้างๆของการทำางานของกฏแห่งกรรม (การกระทำา) ฉะนั้น ใครอยากตัดสินใจขอวีซ่าไปอยู่ภพภูมิไหน ก็ได้ทั้งนั้น เป็นสิทธิส่วนตัวของมนุษย์แต่ละคน เพียงต้องทำกรรมให้เหมาะสมกับภพภูมิที่ต้องการไปอยู่เท่านั้น เพื่อช่วยการตัดสินใจของคุณว่าอยากจะขอวีซ่า ไปอยู่ภพภูมิไหน ข้อมูลคร่าวๆมีดังนี้คือ
· ทุคติภูมิ หมายถึง สถานที่หรือภูมิประเทศที่อยู่ยาก อยู่ลำบาก อยู่อย่างอดอยาก ต้องถูกทรมาน อยู่
อย่างเป็นทุกข์มาก มีสามแห่งคือ สัตว์เดรัจฉาน เปรต และสัตว์นรก มีตัวอย่างให้เห็นว่าสัตว์เดรัจฉานอยู่อย่างไร
· สุคติภูมิ หมายถึง สถานที่หรือภูมิประเทศที่อยู่ง่าย อยู่สบาย ไม่ลำบาก ซึ่งมีสามแห่งใหญ่ๆเช่นกัน คือ โลกมนุษย์ สวรรค์ซึ่งมีหกชั้น และ พรหมโลก
ปีกซ้ายขวาของคุกชีวิต
ชาวพุทธส่วนมากเข้าใจผิดคิดว่า การไปเกิดในสวรรค์ หรือ ไปเมืองพรหมเป็นเรื่องดี จนมีชาวพุทธมากมายตั้งจิตอธิษฐานที่จะขอเกิดในสวรรค์ คิดว่าจะได้อยู่อย่างสุขสบายไปตลอด ซึ่งเป็นการเข้าใจผิดอย่างยิ่ง
เพราะว่า ภพภูมิทั้งหกเปรียบเหมือน ปีกซ้าย และ ปีกขวา ของคุกชีวิตเท่านั้น หากเราเป็นนักโทษที่ดี ก็จะถูกส่งไปอยู่ปีกซ้ายของคุกซึ่งจัดไว้สำหรับนักโทษที่ประพฤติตัวดีทั้งหลาย คือ ทำกรรมขาว ทำบุญมามาก เหมือนตบรางวัลให้มีความเป็นอยู่ที่สบายหน่อย ไม่ลำบาก อยู่ในภูมิประเทศที่สวยงาม แต่หากใครเป็นนักโทษที่เลว ทำากรรมชั่วมาก ก็จะถูกส่งไปอยู่ปีกขวาของคุก อันมีภูมิประเทศที่แห้งแล้ง อยู่ยากต้องอยู่อย่างทรมาน อดๆอยากๆมาก แต่ไม่ว่าจะเป็นนักโทษในปีกซ้ายหรือปีกขวาของคุกชีวิตแล้ว เมื่อหมดอายุขัยของภพภูมินั้นๆแล้ว ก็ต้องตายอีก หรือจุติอีก คือ ตัวใจ(ตัวจริง) ต้องเคลื่อนต่อไป โดยหลักการกว้างๆ แล้ว ภพภูมิมนุษย์จัดเป็นภพภูมิกลางๆเป็นเวทีของการ “ใช้กรรมเก่า” และเปิดโอกาสให้ “สร้างกรรมใหม่” ได้ด้วย ส่วน ภพภูมิที่เหลือทั้งห้า เป็นภพภูมิของการ “ใช้กรรมเก่า” เพียงอย่างเดียว คือ ใช้ทั้งกรรมดีและกรรมชั่วที่ได้ทำในขณะอยู่ภพภูมิมนุษย์ เมื่อใช้กรรมเสร็จแล้ว ไม่ช้าก็เร็ว ตัวใจ(ตัวจริง)ของทุกชีวิตจะได้มีโอกาสกลับมาตั้งหลักใหม่ในภพภูมิมนุษย์อีก
ดินแดนแห่งโอกาส
ภพภูมิมนุษย์จึงเป็นดินแดนแห่งโอกาสที่แท้จริง เพราะการมาเกิดเป็นมนุษย์และพบพระพุทธศาสนานี้ หมายความว่า เรามีโอกาสที่จะเรียนรู้หนทางที่จะพาเราออกจากคุกชีวิตอย่างถาวรได้ นั่นคือ ต้องเลือกทำกรรมอีกชนิดหนึ่งเรียก อกรรม อันเป็นกรรมที่ไม่ทอดทั้งเงาดำาหรือเงาขาวที่จะพาตัวใจกลับเข้าถนนวงแหวนและติดคุกชีวิตอีก อกรรม คือ การปฏิบัติสติปัฏฐานสี่ วิปัสสนา หรือ พาตัวใจกลับบ้าน
ฮวงจุ้ย สำหรับ ปี 2019
พีระมิด ของ ฮวงจุ้ย
ฮวงจุ้ย คือ ศาสตร์แห่งธรรมชาติ
1. ส่วน ตรงกลาง – ผังตำแหน่ง ดาวบิน Flying Star สำหรับ ปี 2019 อยู่ ส่วนตรงกลาง บ้าน
2. ส่วน ทางทิศ ตะวันออก – วางอ่างน้ำเกลือ ใส่ 1 เหรียญเงิน 6 เหรียญทองแดง
3. ส่วน ทิศตะวันออกเฉียงใต้ – ตั้งตู้ปลา เลี้ยงปลาดำ
4. ส่วน ทิศใต้ – ตั้งโคมไฟ แสงสีแดง
5. ส่วน ทิศตะวันตกเฉียงใต้ – แขวนระฆังลม ท่อโลหะขนาดใหญ่
6. ส่วน ทิศตะวันตก – ตั้งกระถางต้นไม้มั่งคั่ง หรือ รูปปั้นโลหะทรัพย์ศฤงคาร
7. ส่วน ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ – ตั้งแจกันจีนขนาดใหญ่
8. ส่วน ทิศเหนือ – หาตำแหน่งใส่ หินควอตซ์สีขมพู ใส่ตามใต้ต้นไม้ หรือ แหล่งน้ำ ทางทิศเหนือ
9. ส่วน ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ – ตั้งวัตถุ ที่เป็นโลหะ สีเหลือง
ห้า ทิศทาง ที่ไม่ดี ปี 2019
จริงๆแล้วการดูวิเคราะห์ฮวงจุ้ยมีรายละเอียดอีกมาก แต่ปกติถ้าดำเนินการปฎิบัติตามขั้นตอน วางได้ทุกทิศอ้างอิงที่เป็นมงคล แล้วก็จะดีมาก เป็นการเสริมบารมีให้ประสบความสำเร็จและเอาชนะอุปสรรคในอนาคต
แต่เนื่องจาก ปัญหาของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เช่น บางคนมีปัญหาด้านการเงิน บางคนมีปัญหาด้านสุขภาพ บางคนมีปัญหาครอบครัว ฯลฯ ต้องแก้ปัญหาผลกระทบในทางเชิงลบที่เขาได้รับ เป็นรายๆไป ทิศทางของ ดาวประจำตัว ของแต่บุคคลไม่เหมือนกัน การแก้ปัญหาจึงแตกต่างกันไป ไม่เหมือนกัน
ผลกระทบเชิงลบ ที่ได้รับ ต้องพิจารณาดูจาก ธาตุ ทิศทาง ดวงดาว เดือนจักร์ราศี เป็นต้น แล้วไปแก้ไขที่ผลกระทบเชิงลบ ต่อบุคคลนั้นๆ
แนะนำให้ไปศึกษา ดูเพิ่มเติม ตามตำรา การแก้เคล็ด ของ ศาสตร์ฮวงจุ้ย
เรื่องด่วน………………พูดให้ช้า ๆ
เรื่องใหญ่ พูดให้ชัด ๆ
เรื่องเล็ก พูดให้มีอารมณ์ขัน
เรื่องไม่มั่นใจ ทบทวนไห้ดีค่อยพูด
เรื่องยังไม่เกิด…………………..อย่าพูดส่งเดช
เรื่องที่ทำไม่ได้ อย่าพูดอย่างมักง่าย
เรื่องให้ร้าย อย่าได้พูด
เรื่องลำบากใจ มุ่งที่เรื่องไม่มุ่งคน
เรื่องสนุก ต้องดูกาลเทศะ
เรื่องเศร้า อย่าได้เจอใครก็พูด
เรื่องคนอื่น พูดอย่างระมัดระวัง
เรื่องตนเอง ตั้งใจฟังใจเราพูดอย่างไร
เรื่องปัจจุบัน ทำแล้วค่อยพูด
เรื่องอนาคต ไว้พูดในอนาคต
โลกกลม ๆใบนี้ ไม่มีอะไรที่ได้มาฟรี ๆ อยู่ให้ไว้ใจ ไปให้คิดถึง
คนเราต้องเดินหน้า เวลายังเดินหน้าเลย
ไม่ต้องสนใจว่าแมวจะสีขาวหรือดำ
ขอให้จับหนูได้ก็พอ ยิ่งมีใจศรัทธา ยิ่งต้องมีสายตาที่เยือกเย็น
ในโลกกลม ๆ ใบนี้ไม่มีคำว่าแน่นอน
ความปราถนาอย่างแรงกล้า นั่นแหละคือเหตุผล
คนเราเมื่อม้าตายก็ต้องลงเดิน คนเราจะไม่ต้องใช้สมองเลย ถ้าพูดแต่ความจริง
ท้อแท้ได้แต่อย่าท้อถอย อิจฉาได้แต่อย่าริษยา พักได้แต่อย่าหยุด
เหตุผลของคน ๆ หนึ่ง อาจจะไม่ใช่เหตุผลของคนอีกคนหนึ่ง
ถ้าคุณไม่ลองก้าวจะไม่มีวันรู้เลยว่าข้างหน้าเป็นอย่างไร ?
ปัญหาทุกอย่างล้วนอยู่ที่ตัวเราทั้งสิ้น
น้ำใจส่วน – น้ำใจ เหตุผลส่วนเหตุผล……………………
เรื่องดีหรือเรื่องร้ายทางที่ดีบอกกันก่อน
หนทางยาวไกลนับ 10,000ลี้ต้องเริ่มต้นด้วยก้าวแรกก่อนเสมอ……………………………
เราจะเห็นค่าความอบอุ่นก็ต่อเมื่อเราผ่านความเหน็บหนาวมาแล้ว
อันตรายที่สุดสำหรับชีวิตคนเรา คือ การคาดหวังเริ่มต้นดีแล้วลงท้ายก็ต้องดีด้วย
สวรรค์นั้นพึ่งยากคนนั้นพึ่งยากกว่าอย่ายอมแพ้ถ้ายังไม่ได้พยายามอย่างเต็มที่
จงใช้สติอย่าใช้อารมณ์เบื้องหลังความเข้มแข็ง
สมควรมีความอ่อนโยนเบื้องหลังของสติสมควรมีอารมณ์
ไม่มีคำว่าบังเอิญในเรื่องของความรักมีแต่คำว่าตั้งใจ
ยินดีกับสิ่งที่ได้มาและยอมรับกับสิ่งที่เสียไป
หลังพายุผ่านไป……………………….ฟ้าย่อมสดใส
หลังผ่านปัญหา จะรู้ว่าปัญหานั้นเล็กนิดเดียว
ไม่เป็นขุนนางน่ะได้……………………..แต่ไม่เป็นคนไม่ได้
มีแต่วันนี้ที่มีค่าไม่มีวันหน้า – วันหลัง
เมื่อวานก็สายเกินแก้ – พรุ่งนี้ก็สายเกินไป
ความดี หยิบยื่นให้กันไม่ได้….ใครอยากเป็นคนดีต้องทำความดีเอาเอง
หมั่นนึกถึงความผิด เพื่อจะได้คิดแก้ไข
หมั่นนึกถึงความดี เพื่อจะได้มีกำลังใจ
ถ้าหลังเราตรงแล้ว……..ก็ไม่ต้องกลัวว่าเงาจะคด
ถ้าท่านเป็นเพื่อนบ้านที่ดี ท่านก็จะมีเพื่อนบ้านที่ดี
ความกลัวที่จะคิดแตกต่างนี่แหละที่เราควรกลัว
ไม่ต้องอายที่เป็นคนจน แต่ควรอายที่เป็นคนเลว
ไฟใช้ทดสอบทอง ความทุกข์ยากใช้ทดสอบมิตร ความเจ็บไข้ใช้ทดสอบลูกหลาน
ทรัพย์จะเสื่อม……เพราะใช้จ่ายไม่ถูกทาง……
มิตรจะเสื่อม เพราะมีความเอื้อเฟื้อต่อกันน้อย
ความเคารพนับถือจะเสื่อม เพราะต่ำต้อยในคุณงามความดี ……….
THE END