ระบบพื้นอุตสาหกรรม – HOSEMARK | Hose Marketing | Office Warehouse Store Online G-2GCKRJZY3J

ป้ายกำกับ: ระบบพื้นอุตสาหกรรม

  • DESIGN OF ANTI-CORROSION ENGINEERING FOR INNER OF 5% Conc. HNO3+NaOH Concrete Tank

     

    เรื่อง งาน รับจ้างเหมา เคลือบภายในบ่อคอนกรีตป้องกันเคมีด้วยระบบ

    SW 6160 Chlorendic Unsaturated Polyester Laminated Chemical Protection Lining (FRP)

    เรียน – ฝ่ายบริหาร งานโครงการ
    สำเนา – Technical Manager
    บริษัท ฯ มีความยินดีขอเสนอราคารับจ้างเหมา จัดการ เคลือบบ่อปูน เพื่อป้องกันเคมี ( Primary and Secondary Contamination ) บริเวณพื้นที่เหล่านี้ คือ :-
    1. เคลือบภายในบ่อคอนกรีต เพื่อป้องกันการกัดกร่อนจาก สารละลายน้ำทิ้ง ที่มีส่วนผสมของ กรดไนตริค ( Nitric Acid) และ โซดาไฟ (Sodium Hydroxide ) ความเข้มข้น ประมาณ 5% และ 5% ตามลำดับ บริเวณที่เคลือบภายในบ่อคอนกรีต ขนาด พื้นที่ โดยประมาณ ?? เมตร x ?? เมตร x ?? เมตร และ บริเวณโดยรอบปากขอบบ่อ หุ้มอ้อมกลับมาจากขอบMan Hole โดยรอบ 20 ซ.ม หรือ คิดเป็นพื้นที่ โดยประมาณ xx.xx ตารางเมตร
    ขนาด พื้นที่โดยรวม xx.xx ตารางเมตร ต่อ บ่อ โดยมีการสกัดทุบ หรือ แซะ รื้อปูนเก่า , ปูนหลวม หรือ ปูนที่เสื่อมสภาพ แล้ว ทำการซ่อมแซม ( Concrete Repair & Patching) แล้วฉาบโบกปูนใหม่ มีการทำ Surface Preparation แล้วลงระบบป้องกันความชื้นซึมขึ้นมาด้านบน ด้วย Moisture Primer Block (SW601 PB) ก่อน แล้วจึงลงเคลือบ ป้องกันเคมี ด้วย ระบบ SW 6160 Chlorendic U.P Laminated Lining ( FRP ) เพื่อเคลือบบ่อคอนกรีต และบริเวณโดยเพดานบ่อ จนถึง ปากขอบบ่อ เพื่อป้องกันการกัดกร่อน ทำให้การใช้งานยาวนานขึ้น เป็นการประหยัดงบประมาณในการซ่อมบำรุงรักษา โดยมีขั้นตอนการทำงานดังนี้ :-

    ขอบเขตของงาน (Scope of Work)

    1. หน้าที่ ผู้ว่าจ้าง ล้างทำความสะอาดพื้นที่ รอบๆ บ่อคอนกรีต และบริเวณรอบปากบ่อเพื่อทำ โดยรอบภายนอก ห่างจากขอบปากบ่อประมาณ 20 ซ.ม ซ่อมรอยแตก ปะรอยร้าว และ ถอดเปลี่ยนชิ้นส่วนเครื่องและโครงสร้างเหล็กออก ตามมาตราฐานความปลอดภัย มีไฟฟ้า และ น้ำใช้ชำระล้างในสถานที่ มีผู้ติดต่อประสานงาน มีมาตราฐานในการรักษาความปลอดภัยการทำงานในที่อับอากาศ จัดเตรียมให้เรียบร้อย
    2. หน้าที่ ผู้รับจ้าง จัดการหาแรงงานที่มีความชำนาญ ประสบการณ์ และ เครื่องมืออุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล PPE ในการทำงานในพื้นที่มี เคมีกัดกร่อนรุนแรง (Corrosive Chemicals) เช่น ชุดเสื้อคลุม PVC ป้องกันกรด-ด่าง และ อุปกรณ์นิรภัยสำหรับการทำงานในที่อับอากาศ Confiled Space ฯลฯ ทำความสะอาดเตรียมผิว (Surface Preparation), จัดทีมงานเคลือบน้ำยาลงเส้นใยไฟเบอร์ และ จัดทีมงานตรวจสอบคุณภาพ โดยมีบุคคลากรของผู้ว่าจ้างเป็นผู้ควบคุม (Audit) การตรวจให้เรียบร้อย ก่อนรับมอบงาน

    ขั้นตอนการทำงาน ( Procedure )

    SURFACE PREPARATION:
    การเคลือบผิวด้วยสารเคลือบ จะได้ผลตามประสงค์ขึ้นอยู่กับการเตรียมผิวที่จะเคลือบให้ถูกต้องและได้มาตรฐานตามกำหนดไว้ หลักใหญ่ที่จะต้องคำนึงถึงมีดังนี้
    ผิวคอนกรีต
    1. คอนกรีตที่เทใหม่ ก่อนเคลือบควรมีอายุอย่างน้อย ที่สุด 7 วัน หรือ มี Moisture Content ไม่เกิน 10%
    2. กรณีมีคราบไขมัน ใช้ HCL Acid ทำความสะอาดผิวคอนกรีต ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที ใช้น้ำสะอาดล้างอีกครั้ง
    3. ซับน้ำให้แห้ง แล้วใช้พัดลม หรือ สปอร์ต ไลท์ เป่าหรืออบผิวคอนกรีตให้แห้งสนิท
    4. ผิวคอนกรีตจะต้องสะอาด แห้ง ปราศจากสิ่งสกปรก คราบน้ำมัน จารบี ไขมัน
    5. งานเคลือบรองพื้น (Primer) ลงน้ำยารองพื้นเคลือบผิวคอนกรีต หนาประมาณ 150 ไมครอน
    LAMINATION :
    1. งานเคลือบรองพื้น (Primer) ลงน้ำยาเคลือบรองพื้น หนาประมาณ 150 ไมครอน
    2. งานสร้างเนื้อ (Resurface) ซ่อม สร้างเนื้อส่วนที่เสียหาย และ สร้างเนื้อที่ขอบมุมให้โค้ง รับการวางเส้นใยไม่ให้เกิดฟองอากาศ
    3. งานลงเส้นใยเสริมแรง (Hand Lay up with Chopped Strand Mat) ลงเส้นใยเสริมแรง พร้อม น้ำยา(Resin)
    • บริเวณ กั้นบ่อคอนกรีต และ รอบพื้นที่ก้นบ่อวาง วางเส้นใย จำนวน 3 ชั้น การต่อแผ่นเส้นใยห้ามต่อชน แต่ให้เกยกันประมาณ 10 – 15 ซม. ( Overlapping )
    • ส่วนที่ขอบผนังบ่อสูงขึ้นมาจากขอบพื้นก้นบ่อ วางเส้นใย จำนวน 3 ชั้น พร้อมน้ำยาผสมผงเบา Thickener กันย้อย ในการวางเส้นใยแต่ละชั้นให้ไล่ฟองอากาศ ให้เรียบร้อย ทิ้งไว้ให้แห้ง
    4. งานเคลือบเส้นใยบาง ( Surfacing Tissue หรือ Surface Veil ) ลงเส้นใยบางพร้อมน้ำยา จำนวน 2 ชั้น(Double Tissue Veil) บริเวณ วิกฤติ (Critical Area) และ 1 ชั้น บริเวณปกติ ไล่ฟองอากาศ ตรวจสอบความเรียบร้อย ทิ้งให้แห้ง
    5. งานเคลือบทับหน้า ( Top Coating ) ทำการเคลือบทับหน้าด้วยน้ำยาเคลือบทับหน้าอีก 1 ครั้ง
    6. งาน ตรวจสอบ และ ควบคุมคุณภาพ (Quality Control and Inspection ) ทีมงานตรวจสอบ ควบคุมคุณภาพ จะต้องตรวจสอบ ระบบงานเคลือบผิวตลอดเวลา ทุกขั้นตอนการทำงาน ตามมาตราฐาน จัดทำรายงาน

    SPECIFICATION:

    Bottom and Wall of Waste water Concrete Tank Units + 20 CM. from Man Hole Edge :
    SW 6160 Series : Chlorendic U.P Laminate Lining ( FRP ) – 3 layers (M/M/M)
    1st layer (Prime Coat) : Swancor 963-L ( Primer ) / กรณีปูนชื้นลง SW601PB ก่อน
    2nd layer (Intermediate Coat 1) : Swancor SW 963 + CSM No.450
    3rd layer (Intermediate Coat 2) : Swancor SW 963 + CSM No.450
    4th layer (Intermediate Coat 3) : Swancor SW Ex 997 + CSM No.450
    5th layer (Chemical Barrier) : Swancor SW Ex 997 + Tissue Mat (C-Glass)
    6th layer (Chemical Barrier) : Swancor SW Ex 997 + Tissue Mat (C-Glass)
    7th layer (Top Coat 1) : Swancor SW Ex 997 + Fume Silica + Pigment
    Thickness : 3.5 – 3.8 mm.

    PRICE OFFER :

    SW 6160 Chlorendic Unsaturated Polyester Laminated Concrete Tank Lining
    ( ทน Mixture Solution of 5% Conc. HNO3 , 5% Conc. NaOH และ Water )
    หมายเหตุ :* เป็นบ่อน้ำทิ้ง Waste water tank หรือ Clearifier Tank ของสารละลายผสมระหว่าง HNO3 และ NaOH ความเข้มข้น อยู่ที่ 5% และ 5% ในน้ำ ตามลำดับ ที่อุณหภูมิห้อง – อุณหภูมิการใช้งานที่ 90 องศา C
    • พื้นที่บริเวณ ก้นบ่อ , ผนัง บ่อคอนกรีต และ เพดานบ่อ ออกไปจนถึงขอบปากบ่อ Man hole โดยรอบ 20 ซ.ม
    • หนา 3.8 มิลลิเมตร ไม่มีสี
    ราคา ต่อ 1 ตร.เมตร = x,xxx.xx บาท
    ( ถ้ามีสี คิดเพิ่มอีก ตร.ม. ละ xxx บาท )
    หมายเหตุ รวมค่าใช้จ่ายในการดำเนินการนี้ ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 %
    WARRANTEE: บริษัท ฯ ยินดีรับประกันผลงานเป็นเวลา 1 ปี

    ป.ล : รายการเพิ่มเติม ค่าระดับความพร้อมในการปฏิบัติงานใน Confiled Space ( พื้นที่อับอากาศ ) ภายใต้เงื่อนไข ISO regulation

    กรณีมี การบังคับ และ ควบคุมความพร้อมของ การทำงานในระบบ Confiled Space ตามมาตราฐาน ISO 14000 Regulation บริษัทฯ มีจำเป็นต้องขอเข้าไปดูที่หน้างาน และ พูดคุยทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อน กับทาง Safety Inspector ?หน้างาน ก่อนการเสนอราคา เพราะเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นมาก เพราะเกี่ยวข้อง กับระดับความพร้อมที่ลูกค้าต้องการ จะให้เกิดความผิดพลาดขึ้นไม่ได้ ถ้าเกิดขึ้นมาแล้วความเสียหายแก้กลับไม่ได้เลย เช่น ชีวิตคนงาน, ใบอนุญาติรับรองมาตราฐานสากล ISO 14000 และ ตำแหน่งหน้าที่การงานของผู้ว่าจ้างเอง ( ถ้าเกิดขึ้นจะโดนไล่เช็คหมด ตั้งแต่ผู้บริหารระดับล่าง ถึง บน )
    สิ่งที่ต้อง Clear กันให้ได้ก่อน ระหว่าง ผู้ว่าจ้าง กับ ผู้ถูกจ้าง ให้ เข้าใจตรงกัน สำหรับการทำงาน ใน Confiled Space มีดังนี้ :-
    1) ขั้นตอนรักษาความปลอดภัยในการทำงาน การขึ้น-ลงไปภายในบ่อ จะ ต้องมีการออกแบบให้พนักงาน ที่จะลงไปในบ่อติด ป้ายTagประจำตัว ทุกครั้งที่ลงไปในบ่อ เมื่อขึ้นมาแล้วในนำ Tag มาคืนเพื่อป้องกัน การลืมคนงานทิ้งไว้ในบ่อ
    2) ต้องมีพนักงานประจำอยู่ปากบ่อ ตลอดเวลาทำงาน เผื่อกรณีฉุกเฉิน สามารถจะดึงเชือกนิรภัย Harness ที่ผูกติดตัวคนงานขึ้นมาได้ทันเวลา
    3) จัดให้มีระบบการหมุนเวียนของอากาศภายในบ่อ Ventilation ที่ดี โดยมี ปั๊มBlower 2 ตัวติดตั้งที่ปากขอบบ่อ ตัวแรก-สำหรับเป่าอากาศดีลงไปในบ่อ ,ส่วนตัวที่สอง – สำหรับดูดอากาศเสียภายในบ่อ
    4) การสวมชุดป้องกันภัยส่วนตัว PPE ของผู้ปฎิบัติงาน ต้องสวมหุ้มทั้งตัว เนื้อผ้าต้องทนการแทรกซึมผ่านของ ไอระเหย สารเคมี หรือ ตัวทำละลาย ไม่ให้แทรกผ่านเข้าไปกัดผิวหนังได้ ควรใช้ ชุดป้องกันเคมี Safety Suit อย่างต่ำสุดเป็น Tychem C (สีเหลือง) หรือ Tychem F (สีเทา) ของ Dupont และ สวมหน้ากากนริภัยที่มีระบบต่อท่ออากาศช่วยหายใจ เช่น หน้ากากผจญเพลิง SCBA เป็นต้น
    5) จัดให้มีอุปกรณ์ตรวจวัดระดับอ็อกซิเจนในอากาศ Oxygen Alert เช่น Mini SA(Sound Alert) เน็บเข็มขัด ติดตัวคนงานผู้ลงไป ภายในบ่อ เตรื่องจะส่งสัญญานเสียงเตื่อนทันที เมื่ออากาศภายในบ่อ มีระดับออกซิเยนต่ำกว่าระดับที่คนอยู่ได้
    6) ตรวจร่างกายผู้ปฎิบัติงานที่ลงไปในบ่อทุกคน ว่าไม่เป็นโรคหัวใจ หรือ โรคที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจ ใดๆทั้งสิ้น ฯลฯ
    โปรดจำไว้ว่า ถ้าผู้ว่าจ้างเข้าระบบมาตรฐานความปลอดภัย ISO 14000 ด้วยแล้ว สิ่งแรกที่เขาจะเลือกผู้รับเหมา คือ ระดับความพร้อมของ การทำงานในระบบ Confiled Space ตามมาตราฐาน ISO 14000 Regulation ใครมีความพร้อมสูงสุดเขาก็จะเลือกพิจารณาก่อน แล้วจึง ค่อยมาว่ากันเรื่องราคา ส่วนใหญ่แล้วความใช้จ่ายทางด้าน Safety in Confiled space จะทำเบิกเป็นรายการเพิ่มเติม เพราะค่าใช้จ่ายสูง แต่บริษัทฯ ก็คุ้มค่ากับการได้รับประโยชน์ และ ความคุ้มครอง จากมาตรฐานความปลอดภัย ISO 14000 และ ที่สำคัญมีผลต่อการต่อใบอนุญาติในอนาคตด้วย เพราะต้องผ่านการตรวจรับรองจากบุคคลที่สาม Third Party Inspector ที่ออกใบรับรองให้


    DESIGN OF ANTI-CORROSION ENGINEERING FOR INNER OF 5% Conc. HNO3+NaOH Concrete Tank

  • มาตราฐานความปลอดภัยในการป้องกัน น้ำมันไฮดรอลิค และ น้ำมันเครื่อง ซึมลงใต้พื้นปูน ด้วย ระบบพื้นอุตสาหกรรม Industrial Flooring systems for protecting concrete floor from Hydraulic and Lube Oils.

    ข้อแนะนำ มาตราฐานความปลอดภัย ในการป้องกันน้ำมันฯ ซึมลงใต้พื้น โกดัง หรือ โรงงาน ที่มีน้ำมันฯ  ไหลนองหกเลอะพื้นปูนเป็นประจำ ด้วย ระบบพื้นอุตสาหกรรม  Synthetic Industrial Flooring

    _03

     

    เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไป ตามศูนย์ซ่อม และ โรงซ่อมเครื่องจักร ว่าควรเคลือบพื้นปูนบริเวณโดยรอบที่มีน้ำมันเครื่อง หรือ น้ำมันไฮดรอลิค ไหลนองหกเลอะพื้นปูนเป็นประจำ ด้วย ระบบ  Synthetic Flooring  เพื่อป้องกันการกัดกร่อนเนื่องจาก น้ำมันฯ ที่ซึมลงใต้พื้นปูน เป็นสารอินทรีย์เป็นอาหารของ จุลินทีย์และแบคทีเรีย ต่างๆ ที่อยู่ใต้ดิน ใต้พื้นปูน  พวกมันจะกินน้ำมันฯในเนื้อปูนและเจริญเติบโตขึ้น ในบริเวณเนื้อปูนที่อุ้มน้ำมันฯ ที่ซึ่งมีอาหารอุดมสมบรูณ์ และจะทำให้ เนื้อปูน คานใต้พื้นปูน คานคอดิน และ โครงสร้างเหล็กเสริมแรง ถูกกัดกร่อน แตกปริออก ในอนาคต  การเคลือบผิวหน้าพื้นปูน จะมีผลทำให้ผิวคอนกรีตมีอายุการ ใช้งานยาวนานขึ้น เป็นการประหยัดงบประมาณในการซ่อมบำรุงรักษา
    SURFACE PREPARATION:   การเตรียมผิวก่อนเคลือบป้องกันน้ำมันฯ ซึมลงใต้พื้นปูน

    ขั้นตอนการทำงาน ( Procedure )

    SURFACE PREPARATION:
    การเคลือบผิวด้วยสารเคลือบ จะได้ผลตามประสงค์ขึ้นอยู่กับการเตรียมผิวที่จะเคลือบให้ถูกต้องและได้
    มาตรฐานตามกำหนดไว้ หลักใหญ่ที่จะต้องคำนึงถึงมีดังนี้ :-

    1. คอนกรีตที่เทใหม่ ก่อนเคลือบควรมีอายุอย่างน้อย 28 วัน ตามมาตราฐานอายุ การบ่มคอนกรีต
    2. ตรวจสอบ ล้างทำความสะอาด กำจัด คราบน้ำมัน จาระบี ขัดปรับแต่งผิว ให้เรียบ
    3. ใช้ HCL Acid ทำความสะอาดผิวคอนกรีต ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที ใช้น้ำสะอาดล้างอีกครั้ง ทิ้งไว้ 24 ช.ม ตรวจสอบความเรียบร้อย
    4. ซับน้ำให้แห้ง แล้วใช้พัดลม หรือ สปอร์ต ไลท์ เป่าหรืออบผิวคอนกรีตให้แห้งสนิท
    5. ผิวคอนกรีตจะต้องสะอาด แห้ง ปราศจากสิ่งสกปรก คราบน้ำมัน จารบี ไขมัน
    6. เคลือบรองพื้น ( Primer ) ด้วย Resin ให้ทั่วผิวชิ้นงาน ตรวจสอบความหนา ประมาณ 150 – 200 ไมครอน ตรวจสอบความเรียบร้อยสมบรูณ์ของการรองพื้น
    7. เคลือบเสริมเนื้อ ( Intermediate Coat ) ด้วย Resin ผสม Aggrigate Borosilicate, Silica Sand. ให้ได้ความหนาประมาณ 3000 – 3500 ไมครอน ตรวจสอบความหนา ความเรียบร้อยของผิวงาน ทิ้งให้แห้ง ขัดปรับแต่ง ปรับระดับผิวงาน
    8. เคลือบผิวทับหน้า ( Top Coating ) ด้วย Resin ผสม Fume Silica & Pigment ให้ได้ความหนา ประมาณ 300 – 350 ไมครอน ตรวจสอบความหนา และ ปรับผิวเรียบ
    9. งานตีเส้น ( Parting Line ) ด้วย Resin ผสม Fume silica & Pigment สีเหลือง กว้าง ประมาณ 70 มม. หนา ประมาณ 150 ไมครอน ตรวจสอบความเรียบร้อย ก่อนส่งมอบงาน

    SPECIFICATION:

    Synthetic  Mortar Flooring เคลือบผิวพื้นปูนป้องกันน้ำมันฯ ซึมลงใต้พื้น

    1st Layer (Prime  Coat)                  :           Resin
    2nd Layer (Intermediate  Coat)    :          Resin + Aggregate (Silica Sand)
    3rd Layer (Top  Coat  1)                 :           Resin + Fume Silica + Pigment
    4th Layer (Top  Coat  2)                 :           Resin + Fume Silica + Pigment +
    + Wax Solution
    Thickness                                        :           4  mm.

    Epoxy Yellow line (width 7 cm) ตีเส้นเหลืองแสดงอาณาเขตที่ปลอดภัย

    1st    layer (Coating)                             :           Resin + Filler + Pigment
    Thickness                                             :           150  micron
    ควรเข้าไปตรวจสอบดูหน้างานที่บริเวณพื้นคอนกรีตที่มีน้ำมันฯ ไหลหกเลอะเทอะ และ ซึมลงพื้นปูนเป็นประจำ เมื่อดูจากสภาพถายนอกด้วยสายตาก่อน ถ้าพบว่า บริเวณพื้นดังกล่าวมีการเสื่อมสภาพ แต่โดยปกติพื้นบริเวณที่มีการกัดกร่อนใต้พื้นปูน จะมีสภาพแย่กว่าที่ตาภายนอกเห็นมาก น่าจะเป็นจุดที่วิกฤติ (Critical Point) จุดหนึ่งในโรงงานที่ต้องรีบแก้ไขเป็นอย่างมาก หรือ ทุบทิ้งเพื่อสร้างใหม่
    _01
    ถ้าดูจากลักษณะที่เป็น แบบ ดังในรูป ปัญหาที่จะพบเมื่อ น้ำมันเครื่อง หรือ น้ำมันไฮดรอลิค สามารถ รั่วซึมลงสู่ใต้พื้นปูน / พื้นคอนกรีต ได้แล้ว ในอนาคตอันใกล้จะเป็นดังนี้ :-

    1. พื้นบริเวณที่มีการแตกรั่วซึมของน้ำมันฯ ลงใต้พื้นปูน จะเกิดกัดกร่อน เนื่องจากจุลินทรีย์และแบคทีเรียมากิน จะค่อยๆแอ่นในลักษณะ ตกท้องช้าง_02

    ซึ่งการยิงวัดระดับไม่สามารถตรวจจับพบการทรุดตัวของพื้นได้ เลยเพราะไม่มีการทรุดตัวเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง จะมีก็แต่การค่อยๆแอ่นทีละเล็กทีละน้อย แต่เมื่อตรวจวัดพบการเอียง ก็จะเกิดการเสียหายของโครงเหล็กในคานรับใต้คอนกรีตมาก จนเกินที่จะแก้ไขได้แล้ว (การตรวจโครงสร้างเหล็กทำได้โดยการทำ Non-destructive testing เช่น X-Ray Defraction เป็นต้น)

    1. บริเวณที่อยู่ใกล้ทะเล แม่น้ำ ลำคลอง หรือ แอ่งน้ำ ระดับน้ำใต้ดิน มีการ ขึ้น-ลง อยู่ตลอดเวลา ตามระดับ น้ำทะเล ทำให้เกิด โพรงใต้ดิน ใต้พื้นคอนกรีต ช่วยเสริมให้การทรุดตัวของพื้นเกิดได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น เพราะพื้นทรงตัวอยู่ได้ด้วยคานเพียงอย่างเดียว (เสาเข็มจะต้องตอกลงไปลงถึงชั้นหิน)
    2. การแอ่นตัวของพื้นจะช้า หรือ เร็วขึ้นอยู่กับน้ำหนัก(Load) ที่รับ แต่เมื่อเริ่มแอ่นแล้ว จะทรุดตัวลงอย่างรวดเร็ว เนื่องโครงเหล็กเสริมแรงในคอนกรีต เสียสภาพไปแล้ว
    3. สภาพอากาศก็มีผล โดยมักจะ แอ่น หรือ ทรุด หลังจากฤดูฝนที่ฝนตกหนัก หรือ ช่วงที่มีน้ำมาก ผ่านพ้นไปแล้ว เกิด อากาศแห้งแล้งอย่างหนักตามมา
    4. การปรับปรุง หรือ ซ่อมแซม พื้น ควรคำนึงถึง ระบบการป้องกันไม่ให้โอกาส น้ำมันและ สารเคมี รั่วซึมเข้าไปยัง เนื้อคอนกรีตได้เลยเสร็จ ควรบุพื้น ด้วยระบบที่ไม่มีตะเข็บ หรือ รอยต่อ (Seamless) เท่านั้น
    5. เมื่อเปิดหน้างานซ่อม ทางบริษัทฯผู้รับเหมา ควรจะเจาะช่อง เข้าไปยังโพรงใต้พื้น เพื่อสำรวจดูสภาพของ คานรับน้ำหนัก ใต้คอลัมท์ และ หาวิธีป้องกันแก้ไขได้ เช่น ทำ Concrete Repair หรือ Grouting Injection ฯลฯ  ตามความเหมาะสมต่อไป

     
    ถ้ามีการแตก ทรุดตัว หรือ แอ่น ของพื้นปูนคอนกรีต ควรเรียก ช่างเทคนิคก่อสร้างงานปูน (โยธา) เข้าไปตรวจสอบดูก่อน ซ่อมแซม อีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจสมบรูณ์ ว่าพื้นจะไม่มีการแอ่นตัว หรือ ทรุดลงในอนาคต และ คิดว่าต่อไปจะเป็นประโยชน์สูงสุดต่อท่านในการดูแลรักษาโกดังและระบบการผลิตในโรงงานด้วย


    Major Industrial Flooring systems for Working Production Platform



     

G-2GCKRJZY3J