placeholder://placeholder://
placeholder://placeholder://
placeholder://
หมวดหมู่: ไม่มีหมวดหมู่
-
แนะนำ สถานที่ท่องเที่ยว ฟาร์มม้าอัมพวา ( Amphawa Horse Farm )
ฟาร์มม้าอัมพวา ( Amphawa Horse Farm )
ขอแนะนำ สถานที่ท่องเที่ยว พักผ่อนหย่อนใจสไตล์ธรรมชาติ สำหรับครอบครัว เชิญพบกับกิจกรรมมากมาย อาทิ เช่น :-
- การขี่ม้า การฝึกขี่ม้า
- นั่งรถม้า ชมวิวธรรมชาติ รอบฟาร์ม
- สวนสัตว์เปิด
- โฮมสเตย์ โรงแรม และ ห้องพักค้างคืน
- สถานที่จัดประชุมสัมมนา และ งานเลี้ยง
- ท่าเรือ นั่งเรือท่องเที่ยว ชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ริมคลองอัมพวา
- สวนอาหาร ริมคลองอัมพวา
- ร้านขายของที่ระลึก
- ร้านเบอเกอรี่ โรงเรียนสอนการทำเบอเกอรี่และขนมต่างๆ
- ฯลฯ
สนใจติดต่อสอบถาม คุณทองหล่อ หรือ เจ้าหน้าที่ ประชาสัมพันธ์ ฟาร์มม้า อัมพวา
98 ห มุ่ 2 ตำบล ปลาย โพงพาง อำเภอ อัมพวา จังหวัด สมุทรสงคราม ปลายโพงพาง อัมพวา Chang Wat Samut Songkhram 75110
โทร. 081 633 8350
https://goo.gl/maps/s9DK8WHx48P2
-
นิทานสีขาว เรื่อง คุณค่าของกล้วยหอม
คุณค่าของกล้วยหอม
ณ บ้านน้อยในป่าใหญ่หลังหนึ่ง มีพ่อกับลูกชายวัยเก้าขวบที่เป็นใบ้อาศัยอยู่ด้วยกัน พ่อคนนี้เป็นคนที่เคร่งครัดในศาสนามาก ทุกๆ เช้าและก่อนนอน ผู้เป็นพ่อจะนั่งอยู่หน้าพระพุทธรูปขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วพร่ำสวดมนต์ด้วยน้ำเสียงอันดังเป็นเวลานาน ด้วยความเป็นคนที่เคร่งครัดในศาสนา ผู้เป็นพ่อจึงอยากให้ลูกชายมีการปฏิบัติเช่นเดียวกับตน แต่เนื่องจากลูกชายของเขาเป็นใบ้ไม่สามารถออกเสียงสวดมนต์ได้ เขาจึงจำเป็นต้องปล่อยเลยตามเลย และรู้สึกไม่สมหวังดังใจในตัวลูกชายอยู่ลึกๆ ด้วยเกรงว่าเมื่อเติบใหญ่เป็นผู้ใหญ่แล้ว ลูกชายจะเป็นคนไม่ยึดมั่นในศาสนา จนประพฤติตนเป็นคนไม่ดีและสร้างความเดือนร้อนให้แก่ผู้อื่น
วันหนึ่ง หลังจากที่สวดมนต์ตอนเช้าเสร็จแล้ว ผู้เป็นพ่อได้เรียกลูกชายให้เข้ามาหาในห้องพระ แล้วยื่นเงินจำนวนหนึ่งให้ พร้อมกับบอกว่า
“นี่ลูกเอ๋ย เจ้าจงนำเงินนี้ไปเลือกซื้อกล้วยหอมที่งามที่สุดมาให้พ่อสักหวีหนึ่งนะ พ่อจะนำมาทำพิธีบูชาพระพุทธเจ้าเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตเรา…จำไว้นะลูก ต้องเลือกเอาหวีที่ดีที่สุดเท่านั้น และเจ้าต้องกลับมาให้ทันก่อนเวลาพระอาทิตย์อยู่ตรงหัวด้วยล่ะ” ผู้เป็นพ่อกำชับ ซึ่งลูกชายก็พยักหน้ารับคำเป็นอย่างดี แล้วออกจากบ้านไป
เวลาผ่านไปกระทั่งบ่ายคล้อยแล้ว ลูกชายก็ยังไม่กลับมา ผู้เป็นพ่อรู้สึกโมโหลูกชายเป็นอย่างมากที่กล้าขัดคำสั่ง เถลไถลไม่ยอมกลับบ้าน จนทำให้ไม่ได้ทำพิธีบูชาพระพุทธเจ้าดังที่ตั้งใจไว้ เขาเดินหยิบไม้เรียวและยืนจังก้ารอลูกอยู่ตรงประตูบ้าน
หลังจากนั้นไม่นาน ลูกชายก็กลับมาถึงบ้าน และทันทีที่ได้เห็นหน้าลูก ผู้เป็นพ่อก็ตะคอกถามว่า
“มัวไปทั่วเล่นที่ไหนจึงเพิ่งกลับมาเอาป่านนี้ รู้ไหม…เพราะเจ้ามาช้าพ่อจึงต้องพลาดพิธีบูชาพระพุทธเจ้าในวันนี้ไป”
และเมื่อมองไม่เห็นกล้วยหอมในมือของผู้เป็นลูก เขาก็รู้สึกโมโหมากขึ้นอีก
“ที่พ่อให้เงินเจ้าไปซื้อกล้วยหอม เจ้าไม่ได้ทำอย่างนั้นเรอะ อย่างนั้นก็จงเอาเงินของพ่อคืนมาเสียเดี๋ยวนี้”
แต่ลูกชายไม่มีเงินคืนให้แก่พ่อของเขา เขาส่ายหน้าและทำไม้ทำมือเพื่อจะสื่อสารอะไรบางอย่าง
ฝ่ายพ่อนั้น แค่ได้รู้ว่าลูกไม่ได้ซื้อกล้วยหอมและไม่มีเงินกลับมาคืนก็โกรธจนขาดสติ ด้วยคิดว่าลูกคงเอาเงินไปซื้อขนมจนหมดสิ้น เขาเงื้อไม้เรียวและกระหน่ำฟาดไปที่น่องของลูกอย่างแรง เด็กชายได้รับความเจ็บปวดมาก แต่เขาพูดไม่ได้ จึงได้แต่ส่งเสียงครางขอความเห็นใจจากผู้เป็นพ่อ ซึ่งขณะนี้ไม่มีแก่ใจรับฟังเสียงเว้าวอนใดๆ จากลูกชายทั้งสิ้น
“เพราะเจ้าไม่สวดมนต์ เจ้าจึงกลายเป็นคนเลว ลูกไม่รักดีเช่นเจ้า สู้ไม่มีเสียเลยจะดีกว่า” ผู้เป็นพ่อว่า พร้อมกับลงไม่เรียวบนน่องของบุตรชายต่อไปอย่างไม่ยั้ง
ขณะนั้นเองมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ชายผู้เป็นพ่อจึงหยุดเฆี่ยนตีลูกชายแล้วเปิดประตูออกไปดู พบหญิงแปลกหน้าคนหนึ่งยืนอยู่ แขนข้างหนึ่งของนางอุ้มเด็กหญิงตัวน้อยเอาไว้ ส่วนแขนอีกข้างก็คล้องตะกร้าใบใหญ่ที่มีผ้าคลุมปิดของที่อยู่ภายใน
“นางมาเยือนบ้านของข้าด้วยเหตุอันใดหรือ” ชายผู้เป็นพ่อถามอย่างแปลกใจ เพราะเขาไม่เคยรู้จักหญิงคนนี้และลูกสาวของเธอมาก่อน
“ข้าและลูกสาวนำของกำนัลมามอบให้แก่ครอบครัวท่าน” หญิงผู้นี้กล่าวตอบอย่างมีไมตรี
“อย่างนั้นคงจะผิดบ้านแล้ว เพราะข้าไม่เคยรู้จักนางหรือลูกของนางมาก่อน” ชายผู้เป็นพ่อปฏิเสธ
“หากท่านเป็นบิดาของบุตรชายใบ้ผู้เปี่ยมไปด้วยเมตตา ก็เห็นจะไม่ผิดหรอก” นางตอบพร้อมกับแย้มรอยยิ้ม
ชายผู้เป็นพ่อรู้สึกพิศวงมากที่หญิงนางนี้รู้จักลูกชายของเขา เขาจึงสอบถามเรื่องราวทั้งหมดจากนาง ซึ่งได้เล่าสิ่งที่เกิดแก่ตนเองในวันนี้ให้ฟังว่า
“ข้าเป็นหญิงม่ายจากต่างเมือง เมื่อสามีของข้าตาย เมืองนั้นก็ไร้ซึ่งที่พึ่ง ข้าจึงต้องอุ้มลูกเดินทางรอนแรมเพื่อมาตามหาญาติที่เหลืออยู่ในเมืองนี้ แต่กว่าจะเดินทางมาถึงที่นี่ต้องใช้เวลานานมาก เงินที่ติดตัวมาก็ร่อยหรอ ทำให้ข้าและลูกไม่มีอะไรกินมาสามวันแล้ว
“ขณะที่เรายังตามหาญาติไม่เจอและไม่มีเงินซื้อข้าวกิน ก็เผอิญเห็นลูกชายของท่านเดินถือกล้วยหอมหวีงามผ่านมาพอดี ลูกสาวของข้าทนความหิวไม่ไหวจึงวิ่งไปหาลูกชายท่านเพื่อจะขอกล้วยหอมกิน แต่ยังไม่ทันจะวิ่งไปถึงลูกสาวของข้าก็หมดแรงล้มลงเสียก่อน ข้าจึงรีบวิ่งตามลูกไป แล้วก็หมดแรงล้มลงเช่นกัน ลูกชายของท่านเห็นดังนั้นก็รีบเข้ามาช่วยพวกเรา แล้วส่งกล้วยหอมให้เราสองแม่ลูกกินทั้งหวี นอกจากนั้นก็ยังหาน้ำดื่มมาให้เราด้วย หากไม่มีลูกของท่าน เราคงหาชีวิตไม่แล้ว ต้องขอขอบคุณลูกชายของท่านมากจริงๆ”
กล่าวจบหญิงนางนี้ก็ส่งตะกร้าจากมือนางให้แก่ชายผู้เป็นพ่อ แล้วจากไป
ชายผู้เป็นพ่อเปิดผ้าคลุมออกดูพบว่าในตะกร้าใบนั้นเต็มไปด้วยกล้วยหอมหวีงามอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต นอกจากนั้นยังทำให้เขาฉุกคิดถึงอะไรบางอย่างที่ตนเองไม่เคยคิดมาก่อน
ชายผู้เป็นพ่อรีบกลับเข้าไปในบ้านและตรงเข้าไปสวมกอดลูกชาย พร้อมทั้งกล่าวคำขอโทษต่างๆ นานา เขากล่าวแก่ลูกชายอย่างสำนึกผิดว่า
“ลูกรักของพ่อ อภัยให้พ่อที่โง่เขลาคนนี้ด้วยเถิด พ่อนั้นคิดเสมอว่า การสวดมนต์ด้วยเสียงอันดังจะทำให้พ่อเข้าถึงแก่นแห่งพระธรรมได้ นอกจากนั้นการบูชาพระพุทธเจ้าด้วยกล้วยหอมอยู่เสมอก็จะทำให้พ่อได้รับแต่สิ่งดีๆ ในชีวิต แต่พ่อคิดฉาบฉวยเกินไป กล้วยหอมของลูกและของพ่อนั้นต่างคุณค่ากันมาก กล้วยหอมของพ่อมีไว้เพื่อบูชาพระพุทธรูป แต่แท้จริงแล้วพ่อทำไปเพื่อตัวเองทั้งนั้น แต่กล้วยหอมของลูกนั้นมีค่าถึงขนาดช่วยชีวิตผู้อื่นให้รอดพ้นจากความตายได้เลยทีเดียว และพ่อคิดว่าขณะนี้พระพุทธองค์คงกำลังให้พรในความเมตตากรุณาของลูกอยู่ก็เป็นได้…………………..เธอทั้งหลาย…………………………..
สิ่งใดๆ ก็ตามในโลกนี้จะมีคุณค่าอย่างแท้จริงก็ต่อเมื่อสิ่งนั้นได้ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้อื่น เธออาจจะให้ความสำคัญกับบางสิ่งบางอย่างอย่างมากมาย เพราะคิดว่าสิ่งนั้นช่างมีคุณค่ามากนัก แต่ถ้าเธอยังไม่ได้ใช้มันให้เกิดประโยชน์จริงๆ หรือไม่เคยรู้วิธีที่จะใช้มันให้เกิดประโยชน์ใดๆ เลย สิ่งนั้นก็ยังไม่ใช่สิ่งที่มีคุณค่านักหรอก……………………จบเรื่องคุณค่าของกล้วยหอม…………………….
มีลมหายใจเป็นเพื่อนสนิท
มีกัณลยาณมิตรเป็นพระพุทธเจ้า -
นิทานสอนใจ เรื่อง ขนุนผู้ต่ำต้อย
ขนุนผู้ต่ำต้อย
หมู่บ้านทองดี เป็นหมู่บ้านที่มีเศรษฐีทองคำเป็นผู้ปกครอง แม้เศรษฐีทองคำจะเป็นคนร่ำรวยแต่ก็ไม่เคยเอาเปรียบชาวบ้าน กลับใช้คุณธรรมและเงินทองของตนทำนุบำรุงหมู่บ้าน และดูแลความเป็นอยู่ของชาวบ้านให้อยู่ดีกินดีเสมอ ชาวบ้านจึงเคารพรักใคร่เศรษฐีทองคำมาก
เศรษฐีทองคำมีลูกสาวแสนสวยคนหนึ่งชื่อว่า ดอกแก้ว ดอกแก้วเป็นที่หมายปองของชายหนุ่มฐานะดีทั้งในและนอกหมู่บ้านหลายคน แต่ตัวเธอนั้นยังไม่สมัครใจรักใคร่กับชายใด ซึ่งเศรษฐีทองคำก็เห็นด้วยที่ลูกสาวไม่รีบร้อนออกเรือน เพราะหมายมั่นว่าเมื่อถึงเวลาสมควรแล้ว จะยกทรัพย์สมบัติทั้งหมดของตน รวมถึงตำแหน่งหัวหน้าหมู่บ้านแห่งนี้ให้ตกเป็นของของลูกเขยในอนาคตด้วย ดังนั้นเศรษฐีทองคำจึงอยากใช้เวลาเลือกเฟ้นผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมในการเป็นทั้งหัวหน้าหมู่บ้านและเป็นผู้ที่จะมาดูแลทรัพย์สินของตนเองให้เกิดประโยชน์แก่หมู่บ้านได้ในเวลาเดียวกัน
ดังนั้นในวันหนึ่ง เศรษฐีทองคำจึงให้คนไปประกาศทั่วหมู่บ้าน และเลยไปถึงหมู่บ้านใกล้เคียงว่า
“มีข่าวล้ามาบอกจ้า! มีข่าวล้ามาบอก! อีกสามวันเมื่อฟ้าสาง ท่าเศรษฐีทองคำจะทำการเลือกคู่ให้แก่คุณหมูดอกแก้วบุตรสาวคนสวยของท่าน ขอให้บุรุษทุกท่านทั้งคนมีคนยาก แต่ยังโสดสนิท ที่สนใจเข้ารับการเลือกคู่ครั้งนี้ ไปสมัครกันถ้วนหน้า หากบุรุษคนใดผ่านการคัดเลือกและได้แต่งงานกับคุณหนูดอกแก้ว เขาผู้นั้นจะได้รับทรัพย์สมบัติทั้งหมดจากท่านเศรษฐีและได้รับตำแหน่งหัวหน้าหมู่บ้านแห่งนี้ต่อจากท่านด้วยจ้า”
เมื่อมีประกาศนี้ออกมา พวกผู้ชายที่รู้ข่าวต่างพากันตื่นเต้นดีใจ รวมทั้งขนุน หนุ่มคนยากที่อาศัยอยู่ตรงกระต๊อปปลายนาด้วย
ขนุนนั้นเคยพบหน้าแม่ดอกแก้วคนสวยอยู่ครั้งหนึ่ง และเกิดหลงรักปักใจมานับแต่บัดนั้น แต่ขนุนเป็นคนเจียมตัว เขาคิดว่าตนเองไม่คู่ควรกับลูกสาวของท่านเศรษฐี จึงไม่เคยพยายามสานต่อความสัมพันธ์กับนาง อย่างไรก็ตาม เมื่อท่านเศรษฐีมีประกาศออกมาเช่นนี้ ขนุนคิดว่าเขาน่าจะไปลองสมัครดูสักหน่อย หากมีบุญวาสนาคู่กันก็คงได้ครองคู่ แต่หากต้องผิดหวังเขาก็ไม่เสียใจ และขอยินดีกับหญิงที่เขาแอบรักด้วย
ถึงวันเลือกคู่ ขนุนรีบไปที่บ้านของเศรษฐีทองคำแต่เช้า เมื่อไปถึงปรากฏว่าที่นั่นเต็มไปด้วยบุรุษมากหน้าหลายตา และทุกคนดูเหมือนว่าจะเป็นบุรุษจากครอบครัวผู้มีฐานะดี มีชาติตระกูล ในขณะที่บางคนก็ดูทรงภูมิท่าทางมีการศึกษาสูง
ขนุนเห็นแล้วก็รู้สึกใจแป้ว ดูเหมือนในที่นั้นจะมีแต่เขาเพียงผู้เดียวที่ดูต่ำต้อย ไร้สกุลรุนชาติ และไม่มีการศึกษาที่สูงส่งอะไร
‘ช่างไม่เจียมตัวเอาเสียเลยขนุนเอ๋ย ดูสิ มีแต่บุรุษระดับสูงที่คู่ควรกับแม่ดอกแก้วอย่างแท้จริง แกน่าจะรู้ตัวตั้งแต่แรกแล้ว ใครเขาจะมาเลือกคนอย่างแกให้ลูกสาวของเขา โธ่เอ๋ย…คนไม่เจียมตัว’ ขนุนพร่ำว่าตนเอง แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อสมัครเข้ามาแล้วก็ต้องอยู่ให้เสร็จสิ้นการคัดเลือก
เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว เศรษฐีทองคำก็ออกมาป่าวประกาศว่า
“ทุกๆ ท่านโปรดฟังทางนี้…เรา…เศรษฐีทองคำ แห่งหมู่บ้านทองดี ได้แจ้งความประสงค์ถึงการรับสมัครผู้ที่จะเข้ามาเป็นบุตรเขยของเราไปแล้วว่า ผู้ที่ได้รับการคัดเลือก นอกจากจะได้บุตรสาวแสนสวยของเราไปครอง ยังได้ทรัพย์สมบัติและต้องดำรงตำแหน่งผู้ปกครองของหมู่บ้านแห่งนี้ด้วย ซึ่งอย่างหลังนี้ถือว่าสำคัญที่สุด เพราะเมื่อไม่มีเราแล้ว หัวหน้าหมู่บ้านคนต่อไปจะต้องเข้าถึงชาวบ้านและดูแลพวกเขาได้ดีไม่แพ้เรา ดังนั้นทุกท่านจงบอกถึงความสามารถของท่านให้เราได้รู้ว่า หากท่านมาเป็นหัวหน้าหมู่บ้านแล้ว ท่านมีดีอันใดในตัวเอง ที่จะนำมาใช้ดูแลหมู่บ้านนี้ต่อจากข้า ขอจงบอกมาให้ข้ารู้
ชายอ้วนลูกเศรษฐีหมู่บ้านใกล้เคียง ก้าวออกมาก่อนใครเพื่อน พร้อมกับกล่าวว่า
“ข้ามีเงินทองมากมาย ข้าจะใช้เงินทองของข้าแจกจ่ายชาวบ้านให้อยู่ดีกินดี”
อัศวินผู้กล้า กล่าวต่อเป็นลำดับต่อมาว่า
“ข้าจะจัดสร้างหมู่บ้านแห่งนี้ด้วยคมดาบในมือของข้า แม้นมีผู้ร้ายหน้าไหนเข้ามาก่อกวนความสงบ ข้าก็จะใช้ดาบของข้าบั่นคอมันทันที”
นายวิศวกรมือหนึ่ง กล่าวว่า
“ข้าจะจัดสร้างหมู่บ้านแห่งนี้ให้เป็นหมู่บ้านที่สวยงามที่สุด และพรั่งพร้อมไปด้วยความสะดวกสบายต่างๆ นานา”
นายแพทย์หนุ่มที่ได้ชื่อว่าเป็น ‘หมอเทวดา’ กล่าวว่า
“ข้าจะใช้ความรู้ทางแพทย์ของข้า รักษาผู้คนที่เจ็บป่วยในเมือง ให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงไร้โรคภัย”
ผู้สมัครต่างกล่าวอ้าถึงคุณสมบัติพิเศษในตัวเองให้เศรษฐีพิจารณาทีละคนๆ จนกระทั่งมาถึงขนุนในลำดับสุดท้าย“เรียนท่านเศรษฐี” ขนุนกล่าวอย่างนอบน้อม “ข้าน้อยขนุน เป็นเพียงคนต่ำต้อย ไร้เงิน ไร้อำนาจ และขาดการศึกษา ข้าน้อยไม่มีสิ่งใดโดดเด่นพอที่จะนำมากล่าวอ้างแก่ท่านได้ แต่ข้าน้อยกล้ายืนยันว่าตัวข้าน้อยนั้นยึดมั่นความดีเป็นที่ตั้ง และข้าน้อยจะใช้ความดีอันเป็นสิ่งเดียวที่ติดตัวข้าน้อยอยู่ตลอดเวลามาดูแลความทุกข์ร้อนของชาวบ้านด้วยความเมตตาขอรับ”
เมื่อได้ฟังสิ่งที่ขนุนพูด หลายคนในที่นั้นต่างพากันหัวเราะเยาะ บางคนแกล้งพูดล้อเลียนให้ขนุนฟังว่า “ขนุนผู้ต่ำต้อย…ไม่รู้จักคำว่าเจียมตัวบ้างเลยหรือ”
ในตอนนั้นเอง มีคนรับใช้คนหนึ่งวิ่งลนลานมาบอกแก่เศรษฐีทองคำว่า
“เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับนายท่าน ตอนนี้ชาวบ้านในหมู่บ้านของเรากำลังเดือดร้อนกันถ้วนหน้า เพราะท่อระบายน้ำเสียอุดตัน ทำให้ระบบระบายน้ำขัดข้อง ส่งกลิ่นเน่าเหม็นไปทั่วหมู่บ้านแล้วขอรับ”
เมื่อได้ฟังเหตุร้ายฉุกเฉินนั้น เศรษฐีทองคำจึงขออาสาสมัครจากบุรุษในกลุ่มที่มาสมัครเป็นลูกเขยให้ลงไปในท่อระบายน้ำ เพื่อเอาสิ่งอุดตันออก แต่ในท่อระบายน้ำนั้นแสนจะเหม็นเน่าเหลือกำลัง จึงไม่มีใครกล้าเสนอตนเองลงไปทำงานชิ้นนี้ ต่างคนต่างบ่ายเบี่ยงและอ้างว่างานต่ำต้อยเช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่ตนถนัด
ขนุนผู้ต่ำต้อยรอดูท่าทีของบุรุษผู้สูงส่งเหล่านี้อยู่พักหนึ่ง เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอาสา ตนจึงยกมือขึ้นแล้วบอกแก่เศรษฐีทองคำว่าจะเป็นผู้ลงไปในท่อระบายน้ำเอง
“แต่ในนั้นเหม็นมากนะ เจ้าหนุ่ม” เศรษฐีทองคำกล่าวหยั่งเชิงขนุน
“ไม่เป็นไรหรอกขอรับ เพราะข้าน้อยนั้นเป็นลูกชาวนาคนยาก เมื่อเกิดมาก็กินอยู่กับกองดินและกองขี้วัวอยู่แล้ว งานแค่นี้ไม่ได้ทำให้ข้าน้อยรู้สึกรังเกียจแต่อย่างใด ข้าน้อยเป็นคนต่ำต้อย จึงไม่มีสิ่งใดในโลกนี้ที่จะทำให้ข้าน้อยคิดว่า ตนเองนั้นสูงส่งเสียจนหยิบจับสิ่งนั้นไม่ได้”
ว่าแล้ว ขนุนก็ลงไปในท่อระบายน้ำแล้งเริ่มค้นหาสิ่งอุดตันที่ทำให้น้ำในท่อไม่ไหล การกระทำของขนุนครั้งนี้อยู่ในดุลยพินิจของเศรษฐีทองคำโดยตลอดและแม้แต่ดอกแก้ว ลูกสาวคนสวยของเศรษฐีเอง เมื่อรู่เรื่องจากสาวใช้ก็รู้สึกชื่นชมในตัวขนุนยิ่งนัก หลังจากนั้นก็ลอบมองขนุนอยู่ตรงหน้าต่างตลอดเวลา
ขนุนใช้เวลาไม่นานก็สามารถนำสิ่งอุดตันออกจากท่อระบายน้ำได้ และทันทีที่เขาขึ้นมาจากท่อระบายน้ำ ดอกแก้วก็นำพวงมาลัยมาคล้องคอให้อย่างเขินอาย
“อะ…อะไรกันนี่ แม่ดอกแก้ว” ขนุนตกใจจนพูดติดๆ ขัดๆ “นางคงคล้องมาลัยผิดคนแล้วล่ะ เพราะข้าไม่ใช่คนที่ท่านเศรษฐีเลือกหรอก”
“ถ้าท่านคือขนุนคนต่ำต้อย ก็เห็นทีว่าคงถูกคนแล้ว เพราะท่านพ่อและตัวข้าเองก็เห็นว่าท่านสมควรถูกเลือกมากกว่าใครๆ” ดอกแก้วบอกขนุน
“ใช่แล้ว” เศรษฐีทองคำพูดขึ้นบ้าง “แม้เจ้าจะเป็นขนุนคนต่ำต้อย แต่การกระทำของเจ้าได้พิสูจน์ให้ข้าเห็นแล้วว่า แท้จริงแล้วเจ้านั้นสูงส่งยิ่งกว่าคนร่ำรวย นักรบ หรือแม้แต่ผู้มีการศึกษาแต่ไม่สามารถช่วยหมู่บ้านนี้ได้ ยามมีภัยเดือดร้อน แท้จริงแล้ว ข้ารู้สึกสรรเสริญในความต่ำต้อยของเจ้าด้วยซ้ำไป เพราะความต่ำต้อยนี้เองทำให้เจ้าไม่เกี่ยงงานดังคนที่คิดว่าตนเองสูงส่ง ทำให้ชาวบ้านรอดพ้นจากความลำบาก ดังนั้น เจ้าจึงเหมาะที่จะเป็นลูกเขยข้า และเป็นผู้นำหมู่บ้านแห่งนี้ สืบต่อไป”
สิ้นเสียงประกาศของเศรษฐีทองคำ ชาวบ้านทุกคนต่างพากันโห่ร้องแสดงความยินดีต้อนรับว่าที่หัวหน้าหมู่บ้านคนใหม่ เพราะซึ้งน้ำใจขนุนผู้ต่ำต้อย ผู้เห็นประโยชน์ส่วนรวม ไม่รังเกียจงานต้อยต่ำ จนทำให้ชาวบ้านรอดพ้นความเดือดร้อนในครั้งนี้ได้เธอทั้งหลาย…
แม้เธอจะเป็นคนต่ำต้อยในสายตาของใครๆ แต่จงอย่าทำตัวเองให้ต่ำต้อยตามความคิดของเขา เพราะแม้เธอจะเป็นคนต่ำต้อย แต่เธอมิใช่คนไร้คุณค่า ซึ่งคุณค่าในตัวเธอ จะปรากฏชัดเมื่อเธอกระทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมมากกว่าส่วนตน จากนั้นคนอื่นๆ ก็จะประจักษ์ชัดเองว่า แท้จริงแล้วเธอคือคนที่น่าสรรเสริญ มิใช่คนต่ำต้อยอย่างที่เขาเข้าใจในตอนแรก
หรือแม้เธอทั้งหลายที่ถูกยกย่องว่าเป็นผู้สูงส่ง ก็จงอย่ารังเกียจงานที่ต่ำต้อย ถ้างานนั้นจะสร้างประโยชน์ให้แก่คนหมู่มาก แล้วเธอจะเป็นคนที่สูงส่งได้อย่างแท้จริง………….จบเรื่องขนุนผู้ต่ำต้อย…………………
“การกระทำจิตให้สงบนั้น อย่าเพิ่งเข้าใจว่ามาทำวันเดียวหรือสองวันมันจะสงบได้… จะต้องพยายามทำเรื่อยๆ ไป
ให้เห็นความสงบเกิดขึ้นมา….ต้องพยายามทำให้มาก
ทำบ่อยๆ ยืน เดิน นั่ง นอน ต้องมีสติอยู่เสมอ…”หลวงพ่อชา สุภทฺโท (พระโพธิญาณเถร)
วัดหนองป่าพง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานีสุขไม่เที่ยง ยึดถือแล้วเป็นทุกข์
“ เราจะพยายามมีสติคิดดี เพื่อที่จะได้พูดดี และทำดี จนเป็นนิสัย ”
-
นิทาน เรื่องงานศพเมียราชสีห์
นิทานเรื่องงานศพเมียราชสีห์
เมื่อสัตว์ทั้งหลายรู้ข่าวว่าเมียของราชสีห์ล้มตายลงต่างก็รีบมาแสดงความอาลัยและพูดถึงคุณงามความดีของเมียราชสีห์อยู่ไม่ขาดปาก
ยกเว้นกวางตัวหนึ่งที่ยืนเงียบสงบมีรอยยิ้มน้อยๆที่มุมปาก ทั้งนี้เพราะเมียราชสีห์เคยสังหารสามีและลูกๆของนางไป
นั่นเองแม้ว่านางจำใจต้องมาร่วมพิธีเพราะเกรงอำนาจของเจ้าป่าแต่รู้สึกดีใจที่เมียราชสีห์ได้ตายไป พวกสัตว์ที่มีนิสัยประจบสอพลอรู้เรื่องนี้ดี มันจึงเขา้ไปรายงานให้ราชสีห์ทราบทำใหัเจ้าป่าโกรธเป็นอย่างมาก“นางกวางต้อยต่ำเจ้ากล้ายิ้มเยาะดวงวิญญาณของเมียข้า ” ราชสีห์คำราม “โทษของเจ้าสมควรตายข้าจะไม่ฆ่าสัตว์ต่ำต้อยอย่างเจ้าด้วยตนเองแต่จะให้หมาป่าเป็นผู้ลงมือ”
หมาป่ากระโจนเข้าใส่นางกวางหม้ายทันที ก่อนที่จะถูกสังหารนางกวางพยายามหาทางเอาตัวรอดโดยกล่าวว่า “ที่ข้ายิ้มน้ัน ก็เพราะวิญญาณของสามีและลูกข้ามาเข้าฝันเมื่อคืนนี้ บอกว่าพบวิญญาณเมียของท่านกำลังเดินทางไปรับตำแหน่งนางฟ้าบนสวรรค์ท่านเจ้าป่าจะไม่ให้ข้ารู้สึกยินดีได้อย่างไร”
“โอ…ภรรยาของข้าได้ขึ้นสวรรคจ์ริงๆรึนี่” ราชสีห์แหงนหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยความดีใจบรรดาสัตว์ที่ชอบประจบสอพลอท้ังหลายต่างกระโดดโลดเต้นส่งเสียงไชโยโห่ร้องส่วนนางกวางหม้ายนั้นนอกจากจะไม่ถูกสังหารยังัได้รับรางวัลจากราชสีห์อีกด้วย
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าคนฉลาด ย่อมสามารถใช้ไหวพริบสติปัญญาแก้สถานการณ์ให้ร้ายกลายเป็นดีทำให้ผู้ที่เป็นศัตรูกลายเป็นมิตรได้
-
Day 3. My family’s trip 2017 to Japan การท่องเที่ยวแบบแบ็กแพ็ก
Day 3. My family’s trip 2017 to Japan การท่องเที่ยวแบบแบ็กแพ็ก
Day 3. Thursday พฤ.03/08/2017
08:43 น. ออกจากที่พัก D.D. House –> 10:01-10:54 น. เดินไปสวนปราสาทโอซาก้า ช่วงเช้าแวะเที่ยวชมปราสาท Osaka
Castle –> 11:45-13:12 น. ขากลับแวะทาน ราเมงข้อสอบ Ichirun Ramen
13:30-13:31น. ตอนบ่าย ออกจาก Shin Osaka นั่งรถไฟ Shinkansen ไป Tokyo Station ระยะทางประมาณ 700 km.
ใช้เวลา ~ 3 ชั่วโมงกว่า
17:33-18:27น. เข้าพักที่ APA Hotel แถว Shinjuku Tokyo
อุณหภูมิ ที่ Shinjuku ประมาณ 27 องศา C มีฝนตกกำลังสบายๆ
ตอนเย็น 18:37-19:01 น.ออกไปเดินเที่ยว แวะ งานวัด ไหว้พระที่ศาลเจ้า ฮานาโซโนะจินจา โตเกียว –> 19:07-20:29น.เดินผ่านห้าง Isetan ใกล้ปิดแล้วเลยไม่ได้แวะดู –> 20:35-22:34น. เดินเที่ยวแหล่งช็อปปิ้งแถว Subnade Shinjuku –>
22:53 น. เดินกลับถึงที่พัก APA Hotel Shinjuku











































Day 3. My family’s trip 2017 to Japan Backpacking Travel
Day 3. Thursday, 03/08/2017
08:43 Depart from D.D. House -> 10: 01-10: 54 pm Walk to Osaka Castle Garden. Morning visit Osaka Castle.
Castle -> 11: 45-13: 12 Return to Ramen, Ichirun Ramen
13: 30-13: 30 PM In the afternoon, depart from Shin Osaka, take the Shinkansen train to Tokyo Station for a distance of 700 km.
It takes ~ 3 hours
17: 33-18: 27 Stay at the APA Hotel Tokyo Shinjuku
The temperature at Shinjuku is about 27 degrees celsius with rain being comfortable.
Evening 18: 37-19: 01 pm Departure to visit the Temple worship at the shrine. Hanazono Jinja Tokyo -> 19: 07-20: 29 pmWalking through the Isetan Mall close by and do not visit -> 20: 35-22: 34 Walking street shopping district, Subnade Shinjuku ->
22:53 Return to APA Hotel Shinjuku
-
Day 6. My family’s 2017 trip to Japan การท่องเที่ยวแบบแบ็กแพ็ก
Day 6. My family’s 2017 trip to Japan การท่องเที่ยวแบบแบ็กแพ็ก
Day 6. Sunday อา.06/08/2017
แพ็คของ ฝากกระเป๋าสัมภาระไว้ที่โรงแรม
10:39น. ออกมาดูรองเท้า ที่ห้าง ISETAN Men / Ladies
11:00-12:33 น. Mister Donut แวะทานอาหารเที่ยงเป็น ชุด Set อร่อยใช้ได้ และ ไม่แพง
12:43-12:44น. สถานีชินจุกุ –> 14:29-15:00น.สถานีรถไฟนิปโปะริ –> ออกจาก Tokyo station ไปสนามบิน ท่า
อากาศยานนานาชาติ Narita –> 18:02-19:00น. ฝากของไว้ที่สนามบิน แล้วขึ้นรถ Shuttle Bus แวะไปช็อปปิ้งที่ Shisui
Premium Outlet–> 19:43 น. Furugeme กลับไปสนามบิน Narita เพื่อนอนรอขึ้นเครื่องบิน ในวันรุ่งขึ้น จ. 7/08/2017Day 7. Monday จ.07/08/2017
10:41 น. ออกเดินทาง เที่ยวบินที่ TG641 จาก สนามบิน ท่าอากาศยานนานาชาตินาริตะ
16:08-16:55 กลับถึง สนามบินสุวรรณภูมิ

Day 6. My family’s 2017 trip to Japan Backpacking Travel
Day 6. Sunday Sun 06/08/2017
Pack your luggage at the hotel.
10:39 AM Look at shoes at ISETAN Men / Ladies.
11: 00-12: 33 pm Mister Donut Lunch is a set of delicious and affordable.
12: 43-12: 44 Shinjuku Station -> 14: 29-15: 00 Nippon Station -> Exit Tokyo station to airport.
Narita International Airport -> 18: 02-19: 00 Leave your car at the airport and take the shuttle bus to Shisui.
Premium Outlet -> 19:43 Furugeme Returns to Narita Airport to lie down on the plane. The next day Mon 7/08/2017
Day 7. Monday 08/08/2017
10:41 am Departure flight at TG641 from Narita International Airport.
16: 08-16: 55 Return to Suvarnabhumi Airport
-
Day 5. My family’s trip 2017 to Japan การท่องเที่ยวแบบแบ็กแพ็ก
Day 5. My family’s trip 2017 to Japan การท่องเที่ยวแบบแบ็กแพ็ก
Day 5. Saturday ส.05/08/2017
08:31น. เดินหาร้านขายยา Matsumoto , Daikoku Drug –> 09:00-10:38 น. ออกจากโรงแรม –> 10:54-11:03 น.
Shinjuku–> 11:16-11:18น. Shinjuku-sanchome Station สวนอุทยานแห่งชาตื ชินจุกุเกียวเอน –> 11:50-12:43น.
ไปเดินช็อปปิ้ง แถว Harajuku แวะเข้าร้านยา Daikoku Drug store –> 12:48-13:42 น. Takeshita Street ดูรองเท้า
ฟุตบอลที่ร้าน KAMO Soccer shop แถว Shibuya–> 13:58-15:02 น. Rilukkuma Store Kiddy Land ทานอาหารเที่ยง
ที่ร้าน เกียวซ่า แถววนั้น
15:35-16:23 น. Yoyogikamizonocho ไปไหว้พระที่วัดเมจิ Meiji Shrine Inner Garden
17:14-20:22 น. ศูนย์การค้าไดมะรุโตเกียว ไปกินบุฟเฟต์ขาปูยักษ์ Tokyo Station Buffet ที่ Daimaru Tokyo–>
20:34-20:37น. สถานีรถไฟอะกิฮะบะระ –> 20:53-21:02น. สถานีชินจุกุ –> 21:11-23:40 น. Subnade เดินช็อปปิ้ง
แถว Shinjuku แวะร้าน Don Quijote เพื่อหาซื้อกระเป๋าแพ็คของเพิ่ม –> 23:54 น. กลับที่พัก APA Hotel


















Day 5. My family’s trip 2017 to Japan Backpacking Travel
Day 5. Saturday Sat 05/08/2017
08:31 am Go to the drugstore Matsumoto, Daikoku Drug -> 09: 00-10: 38 am Leave the hotel -> 10: 54-11: 03
Shinjuku -> 11: 16-11: 18 pm Shinjuku-sanchome Station Shinjuku Kyoto -> 11: 50-12: 43
Go shopping in Harajuku. Visit the drug store Daikoku Drug store -> 12: 48-13: 42 pm Takeshita Street See shoes.
Football at KAMO Soccer shop Shibuya -> 13: 58-15: 02 Rilukkuma Store Kiddy Land Lunch
At the Gypsy Line.
15: 35-16: 23 PM Yoyogikamizonocho Pay homage to Meiji Shrine Inner Garden
17: 14-20: 22 pm Tokyo Dome Shopping Center Go to Tokyo Station Buffet buffet at Daimaru Tokyo ->
20: 34-20: 37 PM Akihabara Railway Station – 20: 53-21: 02 Shinjuku Station -> 21: 11-23: 40 pm Subnade Shopping Walk
Shinjuku Line Visit Don Quijote Shop to find your bag pack. -> 23:54 Return to APA Hotel
-
Day 4. My family’s trip 2017 to Japan การท่องเที่ยวแบบแบ็กแพ็ก
Day 4. My family’s trip 2017 to Japan การท่องเที่ยวแบบแบ็กแพ็ก
Day 4. Friday ศ.04/04/2017
10:08 น.ออกจาก APA Hotel –> 10:40-10:42 น. Akasaka-mitsuke Station –> 10:59-11:19น. เช้าไปไหว้พระ วัด
อาซาซูกะ Asakusa Temple ( วัด ในภาพยนตร์ การ์ตูน เรื่อง อิคคิวซัง ) –> 11:55-12:28 น. แวะร้านขายชาเขียว แถว
Suzukien Asakusa –> 13:16-15:04 น. เดินไป ตึกม่วง –> 15:42-16:22 น. ชิโยะดะ–> 16:28-18:42 น. Sotokanda
เข้าร้านขายหูฟัง –> 18:56-18:5น. Shinjuku Station เดินช็อปปิ้งแถว Akihabara เล่นเครื่องเล่นหยอดตู้
–> 21: 12 น. มื้อค่ำทาน อาหารเนื้อปิ้งย่าง แถวข้างโรงแรม APA Hotel Shinjuku






















Day 4. My family’s trip 2017 to Japan Backpacking Travel
Day 4. Friday, 04/04/2017
10:08 AM Departure from APA Hotel -> 10: 40-10: 42 pm Akasaka-mitsuke Station -> 10: 59-11: 19 pm Morning to pay respect to temples.
Asasuka Asakusa Temple -> 11: 55-12: 28 pm Visit the Green Tea Shop
13: 16-15: 04 Walk to the Purple Building -> 15: 42-16: 22 pm Shiyou -> 16: 28-18: 42 pm Sotokanda
Listen -> 18: 56-18: 5 pm Shinjuku Station Shopping in Akihabara
-> 21: 12 pm Dinner Meal with Grilled Meat APA Hotel Shinjuku Side
-
Day 2. My family’s trip 2017 to Japan การท่องเที่ยวแบบแบ็กแพ็ก
Day 2. My family’s trip 2017 to Japan การท่องเที่ยวแบบแบ็กแพ็ก
Day 2. Wednesday พ.02/08/2017
8.23 น. ออกจาก D.D. House เช้า ซื้อ Passmo ไป Universal City เพื่อไป Universal Studios Japan
09:22-19:23 น. เดินเที่ยวเล่น ทั้งวัน ใน Universal Studio จนถึงเย็น –> 20:01-20:22 น. ต่อรถไฟใต้ดิน ที่ Ofukacho
–> 20:37-20:39น. สถานีโอซากะนัมบะ –> 20:47-21:43 น. สถานีนัมบะ ตอนค่ำ แวะทานซูชิสายพาน แถว Numba
City –> 22:11-22:25น. เดินกลับ Umeda Station –> ถึงที่พัก 22:29 น. D.D. house














Day 2. My family’s trip 2017 to Japan Backpacking Travel
Day 2. Wednesday Wed 02/08/2017
8.23 pm Depart from D.D. Morning House. Buy Passmo to Universal City for Universal Studios Japan.
09: 22-19: 23 PM. Walk the whole day in Universal Studio until evening -> 20: 01-20: 22 pm on the subway at Ofukacho.
-> 20: 37-20: 39 Osaka Station -> 20: 47-21: 43 AM Namba Station at night, stop at Numba Sushi Bar
City -> 22: 11-22: 25 Walk back to Umeda Station -> Arrive at 22:29 pm D.D. house
